Last updated: 2 พ.ย. 2569 | 294 จำนวนผู้เข้าชม |
มีตั๋วไปฮานอยแล้ว จองที่พักในดานังเรียบร้อย หรือกำลังนับวันรอไปเที่ยวทะเลที่ฟูก๊วก แต่พอใกล้วันบินกลับมาเจอคำว่า PAI เวียดนาม จนสงสัยขึ้นมาว่า ต้องกรอกเอกสารอะไรเพิ่มอีกไหม?
คำตอบคือ คนไทยที่ถือพาสปอร์ตธรรมดายังเที่ยวเวียดนามได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า นานสูงสุด 30 วัน ส่วน PAI (Pre-Arrival Information) เป็นระบบแจ้งข้อมูลก่อนเข้าประเทศ ไม่ใช่วีซ่า และกรอกได้ฟรีผ่านเว็บไซต์สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเวียดนามที่ prearrival.immigration.gov.vn
สำหรับคนที่บินลงสนามบินหลักอย่างฮานอย โฮจิมินห์ ดานัง ญาจาง หรือฟูก๊วก แนะนำให้กรอก PAI ไว้ก่อนบิน จะได้ไม่ต้องเสียเวลากรอกข้อมูลหลังลงเครื่อง บทความนี้จะพาไปดูตั้งแต่ต้องเตรียมอะไร กรอกอย่างไร ไปจนถึงวิธีแก้ถ้าใส่ข้อมูลผิด โดยอ้างอิงข้อมูลที่ตรวจสอบล่าสุดเมื่อ 30 ตุลาคม 2569 (2026)
ใครที่ลองค้นข้อมูลแล้วเจอทั้งคำว่า บังคับ และ ยังไม่บังคับ ไม่ต้องแปลกใจ เพราะประกาศจากแต่ละหน่วยงานใช้คำต่างกันจริง ๆ
สถานทูตเวียดนาม ณ กรุงธากา ประกาศเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2026 ว่า PAI สำหรับผู้เดินทางต่างชาติที่สนามบิน 5 แห่งยังเป็นระบบทดลองใช้แบบ สมัครใจ ไม่ได้บังคับ ส่วนสายการบิน Vietnam Airlines แนะนำให้ผู้โดยสารต่างชาติที่เดินทางผ่านสนามบินบางแห่งแจ้งข้อมูลก่อนเข้าเมือง โดยกรอกผ่านเว็บไซต์หรือสแกน QR Code ที่สนามบินก็ได้
สรุปคือ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องกรอก PAI ผ่านเว็บไซต์ให้เสร็จก่อนบินออกจากไทย แต่ถ้ารู้วันเดินทางแน่นอนแล้ว กรอกไว้ก่อนก็สะดวกกว่าและช่วยลดขั้นตอนเมื่อถึงสนามบินได้ ส่วนใครจะใช้ช่องทางสำหรับผู้กรอกล่วงหน้าได้บ้าง ให้ดูป้ายและทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในวันเดินทาง
ถ้ายังไม่ได้กรอกก่อนบิน ก็ไม่ต้องรีบจ่ายเงินให้เว็บไซต์ที่อ้างว่าช่วยให้ผ่าน ตม. ได้ทันที ควรเช็กคำแนะนำของสายการบินก่อน และเมื่อถึงเวียดนามให้สอบถามเจ้าหน้าที่ว่าต้องสแกน QR Code หรือกรอกข้อมูลตรงจุดไหน
ตอนนี้มีสนามบินหลัก 5 แห่ง ที่ทางการเวียดนามประกาศว่าเปิดใช้ระบบ PAI ได้แก่
ทั้ง 5 แห่งใช้เว็บไซต์เดียวกัน ไม่ต้องหาเว็บแยกตามเมือง ถ้าบินลงสนามบินเหล่านี้ แนะนำให้กรอก PAI ล่วงหน้า แม้ประกาศแต่ละแห่งจะอธิบายเรื่องข้อบังคับไม่เหมือนกันก็ตาม

สนามบินหลัก 5 แห่งที่ใช้ระบบ PAI เช็กสนามบินปลายทางของคุณก่อนเดินทาง
ถ้าแค่ต่อเครื่องต้องกรอกไหม? ถ้าแวะต่อเครื่องไปประเทศอื่นโดยไม่ผ่านด่าน ตม. เวียดนาม โดยทั่วไปก็ไม่ต้องแจ้งข้อมูลขาเข้าแบบคนที่เดินทางเข้าประเทศ แต่ถ้าต้องไปรับกระเป๋า ผ่าน ตม. แล้วเช็กอินใหม่ ควรกรอก PAI ของสนามบินที่ผ่านด่านเข้าเมืองจริง ส่วนคนที่ต่อเครื่องจากโฮจิมินห์ไปฟูก๊วกอาจมีข้อยกเว้นบางกรณีตามคำแนะนำของ Vietnam Airlines แนะนำให้เช็กกับสายการบินตามตั๋วของตัวเองอีกครั้ง
เรื่องที่หลายคนยังสับสนคือ PAI ไม่ใช่วีซ่า และใช้แทนกันไม่ได้
ถ้าใช้ พาสปอร์ตธรรมดาไทย ไปเที่ยวเวียดนามไม่เกิน 30 วัน ก็ยังใช้สิทธิฟรีวีซ่าตามความตกลงไทยเวียดนามได้เหมือนเดิม ไม่ต้องขอ e-Visa เพิ่มเพียงเพราะมีระบบ PAI แต่ก่อนบินควรเช็กว่าพาสปอร์ตเหลืออายุอย่างน้อย 6 เดือน และเตรียมตั๋วขากลับหรือหลักฐานเดินทางต่อ รวมถึงข้อมูลที่พักไว้เผื่อเจ้าหน้าที่ขอดู
แต่ถ้าจะอยู่ เกิน 30 วัน หรือเดินทางไปด้วยเหตุผลที่ใช้สิทธิฟรีวีซ่าไม่ได้ ก็ควรเช็กว่าต้องขอวีซ่าประเภทไหน โดย Vietnam e-Visa เป็นทางเลือกหนึ่งที่มีอายุได้สูงสุด 90 วัน ค่าธรรมเนียมทางการอยู่ที่ 25 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับเข้าได้ครั้งเดียว หรือ 50 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับเข้าได้หลายครั้ง สมัครผ่าน evisa.gov.vn ซึ่งเป็นคนละเว็บไซต์กับ PAI
ส่วน ใบแจ้งสุขภาพ (Health Declaration) ในเวลาปกตินักท่องเที่ยวทั่วไปยังไม่ต้องกรอก แม้เวียดนามจะมีกฎเรื่องนี้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2026 แต่ถ้ามีความเสี่ยงเรื่องโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุขเวียดนามอาจประกาศให้กลับมาใช้แบบฟอร์มนี้ตามความจำเป็น
ทางการแนะนำให้กรอกข้อมูล ภายใน 3 วันก่อนเดินทางถึงเวียดนาม ส่วนปฏิทินในระบบตามคู่มือจะให้เลือกวันเดินทางถึงได้เฉพาะ วันนี้ พรุ่งนี้ และมะรืนนี้ โดยนับตามเวลาเวียดนาม ซึ่งตรงกับเวลาไทย
ยกตัวอย่างง่าย ๆ ถ้าเที่ยวบินไปถึงเวียดนาม วันศุกร์ ก็เริ่มเข้าไปกรอกได้ตั้งแต่ วันพุธ หากเข้าไปตั้งแต่วันจันทร์แล้วเลือกวันศุกร์ไม่ได้ ไม่ได้แปลว่าเว็บไซต์เสีย แค่อาจยังไม่ถึงช่วงวันที่ระบบเปิดให้เลือก
ก่อนเริ่มกรอก เตรียมข้อมูล 4 อย่าง ไว้ใกล้มือ ได้แก่ พาสปอร์ต, รายละเอียดเที่ยวบินขาเข้า, ชื่อและที่อยู่ที่พักในเวียดนาม และ อีเมลที่ใช้งานได้จริง ถ้ามีตั๋วขากลับก็เตรียมไว้ด้วย จะได้เช็กวันเดินทางออกได้สะดวก
ถึงเว็บไซต์จะเป็นภาษาอังกฤษก็ไม่ต้องกังวล เพราะข้อมูลส่วนใหญ่ดูจากพาสปอร์ต ตั๋วเครื่องบิน และใบจองที่พักได้เลย บางปุ่มอาจเปลี่ยนชื่อเมื่อระบบมีการปรับปรุง ให้ดูข้อความบนหน้าจอจริงประกอบด้วย

ภาพรวมการเตรียมตัวกรอก PAI ก่อนเข้าเวียดนาม (ดูรายละเอียดแต่ละขั้นตอนด้านล่าง)
เข้า เว็บไซต์ PAI ทางการ แล้วเช็กว่าที่อยู่เว็บไซต์ถูกต้อง จากนั้นเลือกภาษา English แล้วกด Create & Submit Pre-arrival Information หรือปุ่มเริ่มกรอกข้อมูลที่แสดงอยู่บนหน้าจอ
ระบบจะแสดง CAPTCHA ให้กรอกตัวอักษรตามภาพก่อนเข้าสู่แบบฟอร์ม จากนั้นเลือกสัญชาติ Thailand แล้วไปต่อที่หน้าข้อมูลผู้เดินทาง
ที่หน้า Passenger Information ให้เลือกวันที่เครื่องบินไปถึงเวียดนาม แล้วกรอกชื่อนามสกุลภาษาอังกฤษ เลขพาสปอร์ต วันหมดอายุ วันเกิด เบอร์โทรศัพท์ และอีเมลให้ตรงตามจริง ถ้ามีปุ่ม Upload Image ก็ใช้รูปหน้าข้อมูลพาสปอร์ตช่วยกรอกบางช่องได้ แต่อย่าลืมตรวจทาน เพราะระบบอาจอ่านตัวอักษรผิด
ในช่อง Visa Type / Purpose ให้เลือกประเภทที่ตรงกับการเดินทางจริง สำหรับคนไทยที่เที่ยวไม่เกิน 30 วัน ให้เลือกสิทธิ ยกเว้นวีซ่า (visa exemption) ตามความตกลงไทยเวียดนาม ไม่ใช่ตัวเลือกสำหรับผู้ถือ e-Visa หากมีหลายตัวเลือก ให้ดูรายละเอียดให้ตรงกับสิทธิของพาสปอร์ตไทย และเช็กวันที่ระบบแสดงให้ดี อย่าเลือกข้อมูลผิดเพียงเพื่อให้กดไปหน้าถัดไปได้
ถ้าไปกับครอบครัวหรือเพื่อนในทริปเดียวกัน ระบบมีปุ่ม Add Passenger ให้เพิ่มผู้เดินทางในคำขอเดียวได้ โดยอย่าลืมตรวจข้อมูลของแต่ละคนแยกกันด้วย
พอมาถึงหน้า Trip Information ให้เลือกประเทศที่เดินทางออกมาก่อนถึงเวียดนาม ระบุจุดประสงค์ของทริปตามจริง และเลือก Air ถ้าเดินทางด้วยเครื่องบิน
จุดที่ต้องระวังคือ Flight Code / Flight Number ให้ดูหมายเลขเที่ยวบินจากตั๋ว เช่น VN311 แล้วกรอกตามรูปแบบที่ระบบกำหนด อย่าสับสนกับรหัสจองตั๋ว (Booking Reference หรือ PNR) เพราะเป็นคนละอย่างกัน กระทรวงความมั่นคงสาธารณะเวียดนามเคยเตือนว่าการกรอกข้อมูลเที่ยวบินหรือรหัสจองผิดเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ส่งข้อมูลไม่สำเร็จ
จากนั้นเลือกสนามบินที่เข้าประเทศในช่อง Border Gate และใส่ข้อมูลที่พัก โดยเฉพาะจังหวัดหรือเมือง ชื่อที่พัก และที่อยู่ภาษาอังกฤษตามใบจอง หากมีช่องวันเดินทางออกจากเวียดนามก็กรอกตามตั๋วขากลับเมื่อระบบขอข้อมูลนั้น
พอมาถึงหน้า Review & Submit ใช้เวลาตรวจข้อมูลอีกสักนิด โดยเฉพาะเลขพาสปอร์ต วันเกิด สัญชาติ วันเดินทางถึง และหมายเลขเที่ยวบิน เพราะบางช่องแก้ทีหลังไม่ได้ เมื่อทุกอย่างถูกต้องแล้วค่อยทำเครื่องหมายยืนยันและกด Submit
ตามคู่มือของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเวียดนาม เมื่อส่งแบบฟอร์มสำเร็จระบบจะพาไปหน้าผลลัพธ์ โดย คู่มือไม่ได้ระบุว่าต้องใช้รหัส OTP ทางอีเมลทุกครั้งก่อนกดส่ง ส่วน OTP จะใช้เมื่อค้นหาหรือแก้ไขข้อมูลในภายหลัง หากหน้าจอที่ใช้งานจริงมีขั้นตอนเพิ่มเติม ก็ทำตามคำแนะนำของระบบได้เลย
เมื่อกรอกสำเร็จ ระบบจะแสดง QR Code และให้ดาวน์โหลดข้อมูลเป็น PDF ได้ รวมถึงอาจมีข้อความยืนยันส่งไปยังอีเมลที่ลงทะเบียนไว้ด้วย แนะนำให้เก็บทั้ง QR Code และ PDF ในโทรศัพท์ไว้แบบเปิดดูได้โดยไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต หรือจะพิมพ์ติดตัวไว้สักชุดก็ได้
อย่าลืมว่า QR Code ไม่ได้แทนพาสปอร์ตหรือวีซ่า เมื่อถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองยังต้องแสดงเอกสารตามที่เจ้าหน้าที่ขออยู่ดี
ถ้าเผลอกรอกเลขเที่ยวบินผิดหรือเปลี่ยนโรงแรมหลังส่งข้อมูลไปแล้ว ยังมีทางแก้ ไม่จำเป็นต้องเริ่มใหม่ทุกกรณี
เข้าเว็บไซต์ทางการแล้วเลือก Lookup & Update Declaration จากนั้นกรอกหมายเลข PAI และเลขพาสปอร์ต ระบบจะส่งรหัส OTP ไปยังอีเมลที่ลงทะเบียนไว้ พอยืนยันรหัสแล้วก็จะเข้าไปแก้ข้อมูลบางส่วนได้ เช่น ข้อมูลเที่ยวบิน จุดประสงค์การเดินทาง ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และข้อมูลวีซ่าบางส่วน
แต่มี 5 ข้อมูลที่คู่มือทางการระบุว่าแก้ไขไม่ได้ คือ เลขพาสปอร์ต, วันหมดอายุพาสปอร์ต, วันเกิด, สัญชาติ และวันเดินทางถึง ถ้าข้อมูลเหล่านี้ผิด ต้องยื่นคำขอใหม่ด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง และจัดการคำขอเดิมตามขั้นตอนที่ระบบระบุ ไม่ควรเปลี่ยนวันเดินทางหรือรายละเอียดวีซ่าให้ไม่ตรงกับความจริง เพียงเพื่อให้ระบบยอมรับข้อมูล
ถ้าจำหมายเลข PAI ไม่ได้ ให้มองหาปุ่ม Forgot number (PAI) ในหน้าค้นหาข้อมูล เพื่อขอรับหมายเลขทางอีเมลอีกครั้ง ส่วนกรณี OTP ไม่เข้า ให้ตรวจกล่อง Spam/Junk เช็กว่าใช้อีเมลเดียวกับตอนกรอก และลองขอรหัสใหม่ตามเวลาที่หน้าจอระบุ ไม่ควรส่งคำขอใหม่ซ้ำทันทีเพียงเพราะอีเมลยังไม่มา
ถ้าระบบแจ้งว่ามีข้อมูลซ้ำ ลองใช้เมนูค้นหาใบเดิมก่อน หากยังติดขัดให้สอบถามเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองหรือจุดช่วยเหลือของสนามบิน
การกรอก PAI ผ่านระบบราชการเวียดนาม ไม่มีค่าธรรมเนียม และไม่จำเป็นต้องกรอกข้อมูลบัตรเครดิตเพื่อรับ QR Code
ให้กรอกผ่าน เว็บไซต์ PAI ของทางการ เท่านั้น ก่อนใส่เลขพาสปอร์ต ลองตรวจที่อยู่เว็บไซต์ให้ดี โดยเฉพาะส่วน immigration.gov.vn เพราะทางการเวียดนามเคยเตือนว่ามีเว็บเลียนแบบที่หลอกขอข้อมูลและเก็บเงินจากนักเดินทาง

ก่อนกรอกข้อมูลหรือเลขพาสปอร์ต อย่าลืมตรวจ URL ว่าเป็นเว็บไซต์ทางการของเวียดนาม
เว็บที่ลงท้ายด้วย .com หรือ .org ไม่ได้เป็นเว็บหลอกลวงเสมอไป แต่ ไม่ใช่เว็บไซต์ราชการสำหรับกรอก PAI โดยตรง ถ้าเจอเว็บที่เรียกเก็บเงิน ขอข้อมูลบัตรเครดิต หรือขู่ว่าจะเข้าเวียดนามไม่ได้หากไม่จ่ายเงิน ให้หยุดก่อนแล้วกลับมาใช้ลิงก์ทางการ
ก่อนถึงวันบิน ลองเช็กวันหมดอายุพาสปอร์ตอีกครั้ง ดูว่าข้อมูลเที่ยวบินและที่พักตรงกับที่กรอกไว้ไหม แล้วเก็บ QR Code ให้เปิดดูได้แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต ถ้าไปกันหลายคนก็อย่าลืมตรวจข้อมูลของทุกคนด้วย ส่วนใครกำลังจัดกระเป๋า ลองดู รายการเตรียมตัวเดินทางต่างประเทศ เผื่อมีอะไรที่ยังไม่ได้เตรียม
พอเตรียมเรื่องเอกสารไว้เรียบร้อย ก็มีเวลาไปคิดถึงเรื่องสนุก ๆ ของทริปได้เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเฝอร้อน ๆ ในฮานอย เดินเล่นริมแม่น้ำที่ฮอยอัน หรือพักผ่อนริมทะเลที่ฟูก๊วก
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดเมื่อ 30 ตุลาคม 2569 ทั้งกฎเข้าเมืองและหน้าจอระบบอาจเปลี่ยนแปลงได้ ก่อนเดินทางควรเช็กข้อมูลจากสายการบินและเว็บไซต์ราชการเวียดนามอีกครั้ง
หากคุณพร้อมเดินทางแล้ว ติดต่อ GTT Inter Travel ได้เลย เรามีแพ็กเกจทัวร์สุดพิเศษ หรือจะจัดกรุ๊ปทัวร์แบบส่วนตัว
โทร 098-483-0111
Facebook page : https://www.facebook.com/gttintertravel
Line ID: @gttintertravel
6 เม.ย 2558
20 เม.ย 2558
19 มี.ค. 2568