Last updated: 5 ต.ค. 2569 | 4 จำนวนผู้เข้าชม |
ลองนึกภาพว่าเครื่องบินเพิ่งแตะรันเวย์ที่โรม หลังจากนั่งมาหลายชั่วโมง คุณเดินตามป้าย Passport Control พร้อมพาสปอร์ตและวีซ่าเชงเก้นที่เตรียมมาเรียบร้อย แต่เมื่อถึงด่าน สิ่งหนึ่งที่นักเดินทางยุโรปคุ้นเคยมานานกลับหายไป ตราประทับเข้าเมืองในพาสปอร์ต
ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2026 เป็นต้นมา ระบบ EES (Entry/Exit System) เปิดใช้งานเต็มรูปแบบที่ด่านพรมแดนภายนอกของประเทศยุโรปที่ใช้ระบบนี้ทั้งหมด 29 ประเทศ รวมถึงอิตาลี การเข้าและออกของนักเดินทางนอกสหภาพยุโรประยะสั้นจึงถูกบันทึกเป็นข้อมูลดิจิทัลแทนการประทับตราแบบเดิม
ฟังดูเหมือนเป็นขั้นตอนใหม่ที่ต้องเตรียมเอกสารเพิ่ม แต่สำหรับนักท่องเที่ยวไทย ความจริงง่ายกว่านั้นมาก: คุณยังขอวีซ่าเชงเก้นเหมือนเดิม ไม่ต้องสมัคร EES เป็นใบอนุญาตก่อนเดินทาง และเมื่อถึงด่าน ระบบจะจัดการการบันทึกเข้า-ออกให้ตามขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง
สิ่งที่ควรรู้จริง ๆ คือ EES เปลี่ยนอะไรที่ด่าน คนไทยต้องสแกนลายนิ้วมือหรือไม่ และถ้าต่อเครื่องก่อนถึงอิตาลี เราจะเจอ EES ที่สนามบินไหน
EES ย่อมาจาก Entry/Exit System เป็นระบบของสหภาพยุโรปสำหรับบันทึกการเข้าและออกของผู้เดินทางที่ไม่ใช่พลเมือง EU ซึ่งเดินทางเข้าพื้นที่ที่ใช้ EES เพื่อพำนักระยะสั้น โดยครอบคลุมทั้งผู้ที่ต้องมีวีซ่าเชงเก้นและผู้ที่ได้รับยกเว้นวีซ่า
แทนที่เจ้าหน้าที่จะประทับตราวันเข้าและวันออกลงในพาสปอร์ต ระบบจะบันทึกข้อมูลสำคัญแบบดิจิทัล เช่น ข้อมูลจากหนังสือเดินทาง วันที่และสถานที่เข้า-ออก รวมถึงข้อมูลชีวมิติที่เกี่ยวข้องกับผู้เดินทางแต่ละประเภท
สำหรับคนเดินทาง สิ่งที่เห็นชัดที่สุดคือ หลังวันที่ 10 เมษายน 2026 พาสปอร์ตของผู้ที่อยู่ภายใต้ EES จะไม่มีตราประทับเข้า-ออกแบบเดิม แต่การไม่มีตราไม่ได้หมายความว่าไม่มีประวัติการเดินทาง เพราะวันเข้าและวันออกถูกบันทึกไว้ในระบบแทน
EES ยังช่วยให้เจ้าหน้าที่คำนวณระยะเวลาพำนักในเขตเชงเก้นได้แม่นยำขึ้น โดยเฉพาะกฎการพำนักระยะสั้นสูงสุด 90 วันภายในช่วง 180 วัน

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ถือพาสปอร์ตไทย คำตอบคือ แทบไม่มีขั้นตอน EES ที่ต้องทำจากประเทศไทยเพิ่ม
สิ่งที่ต้องทำก่อนเดินทางยังคงเป็นเรื่องเดิม ได้แก่ มีพาสปอร์ตที่เข้าเกณฑ์ มีวีซ่าเชงเก้นที่ถูกต้อง และเตรียมข้อมูลการเดินทางให้พร้อมหากเจ้าหน้าที่ขอตรวจ
EES ไม่ได้มาแทนวีซ่า และไม่ได้ทำให้คนไทยเดินทางเข้าเชงเก้นได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า
ผู้ถือพาสปอร์ตไทยยังอยู่ในกลุ่มที่ต้องมี Schengen Visa สำหรับการเดินทางระยะสั้นตามปกติ หากอิตาลีเป็นประเทศที่รับผิดชอบคำร้องวีซ่าของทริปนั้น การยื่นคำร้อง Schengen Visa Type C ในประเทศไทยดำเนินการผ่านศูนย์รับคำร้อง VFS Global ที่ได้รับแต่งตั้งจากสถานทูตอิตาลีประจำกรุงเทพฯ
EES ไม่ใช่ระบบอนุมัติการเดินทางแบบวีซ่าหรือ ETIAS จึงไม่มีขั้นตอนที่นักท่องเที่ยวไทยต้องกรอกใบสมัคร EES เพื่อรออนุมัติก่อนออกจากประเทศไทย
บางประเทศในยุโรปอาจมีระบบ Self-service หรือเครื่องมือให้กรอกข้อมูลบางส่วนล่วงหน้าเพื่อช่วยให้ผ่านด่านเร็วขึ้น แต่สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนเสริมของกระบวนการตรวจชายแดน ไม่ใช่การขออนุญาตเข้าเมืองแทนวีซ่า และขั้นตอนสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับการตรวจของเจ้าหน้าที่
นี่เป็นจุดที่ทำให้หลายคนสับสนที่สุด เพราะคำอธิบาย EES ทั่วไปมักพูดรวม ๆ ว่าระบบเก็บ ภาพใบหน้าและลายนิ้วมือ แต่ในความเป็นจริง ข้อมูลที่ EES เก็บต่างกันระหว่างผู้ที่ต้องมีวีซ่ากับผู้ที่เดินทางแบบ Visa-free
สำหรับนักท่องเที่ยวไทยทั่วไปที่เดินทางด้วย Schengen short-stay visa ลายนิ้วมือได้ถูกเก็บไว้ใน VIS (Visa Information System) ตั้งแต่ขั้นตอนยื่นขอวีซ่าแล้ว ดังนั้น EES จะ ไม่เก็บลายนิ้วมือชุดเดิมซ้ำเป็นข้อมูลใหม่ใน EES แต่จะบันทึกภาพใบหน้าและข้อมูลการเข้า-ออกตามที่ระบบกำหนด
อย่างไรก็ตาม คำว่า EES ไม่เก็บลายนิ้วมือซ้ำ ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีการแตะเครื่องสแกนนิ้วเลย เจ้าหน้าที่ชายแดน อาจให้สแกนลายนิ้วมือเพื่อยืนยันตัวตนกับข้อมูลที่มีอยู่ใน VIS ได้ ขึ้นอยู่กับกระบวนการตรวจของด่านนั้นและสถานการณ์ของผู้เดินทาง
ดังนั้น ถ้าถามสั้น ๆ ว่า คนไทยไปอิตาลีปี 2026 ต้องสแกนนิ้วไหม? คำตอบที่แม่นที่สุดคือ:
คนไทยที่ถือวีซ่าเชงเก้นอาจถูกสแกนลายนิ้วมือที่ด่านเพื่อยืนยันตัวตนกับระบบ VIS แต่ลายนิ้วมือจากการขอวีซ่าไม่ได้ถูกเก็บซ้ำเป็นข้อมูลใหม่ใน EES โดย EES จะบันทึกภาพใบหน้าและข้อมูลการเข้า-ออกของผู้เดินทาง
ส่วนผู้เดินทางจากประเทศที่ ไม่ต้องขอวีซ่าเชงเก้น จะอยู่ในอีกกรณีหนึ่ง โดย EES สามารถเก็บทั้งภาพใบหน้าและลายนิ้วมือ 4 นิ้วตามกฎของระบบ

สนามบินแต่ละแห่งอาจจัดช่องตรวจ ตู้ Self-service หรือขั้นตอนหน้างานต่างกันเล็กน้อย จึงไม่ควรคาดหวังว่าจะเจอหน้าจอหรือช่องตรวจแบบเดียวกันทุกสนามบิน แต่ภาพรวมของการเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยวไทยจะคล้ายกัน
เมื่อเดินมาถึง Passport Control ให้เตรียมพาสปอร์ตและเอกสารเดินทางไว้ แล้วเดินตามช่องสำหรับผู้โดยสารนอก EU หรือช่องที่เจ้าหน้าที่กำหนด
เจ้าหน้าที่หรือระบบที่ด่านจะอ่านข้อมูลจากพาสปอร์ต ตรวจสถานะวีซ่า และบันทึกข้อมูลเข้า EES หากเป็นการเข้าเขตเชงเก้นที่อยู่ภายใต้ระบบ อาจมีการถ่ายภาพใบหน้า และในกรณีของผู้ถือวีซ่า เจ้าหน้าที่อาจตรวจลายนิ้วมือกับข้อมูลใน VIS เพื่อยืนยันตัวตน
หากสนามบินมี Self-service system และผู้เดินทางมีพาสปอร์ตไบโอเมตริก อาจสามารถใช้ช่องอัตโนมัติหรือเครื่องบริการตนเองบางส่วนได้ แต่สุดท้ายเจ้าหน้าที่ชายแดนยังมีอำนาจตรวจสอบเพิ่มเติมและเป็นผู้ตัดสินใจอนุญาตหรือปฏิเสธการเข้าเมือง
เจ้าหน้าที่อาจถามคำถามที่นักเดินทางคุ้นเคยอยู่แล้ว เช่น มาทำอะไร พักที่ไหน อยู่กี่วัน มีตั๋วขากลับหรือไม่ หรือขอดูหลักฐานเกี่ยวกับทริป ดังนั้นแม้ระบบจะเปลี่ยนเป็นดิจิทัล แต่หลักการเตรียมตัวเพื่อผ่าน Immigration ไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก

เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับคนที่ซื้อตั๋วแบบต่อเครื่อง เพราะ EES จะเกิดเมื่อคุณข้ามพรมแดนภายนอกเข้าสู่พื้นที่เชงเก้นครั้งแรก ไม่ได้ยึดประเทศปลายทางบนตั๋วเป็นหลัก
ถ้าบิน Bangkok Rome โดยตรง จุดเข้าเชงเก้นแรกคือกรุงโรม คุณจึงผ่าน Immigration และ EES ที่อิตาลี
ถ้าบิน Bangkok Dubai Rome ดูไบไม่ได้อยู่ในเชงเก้น ดังนั้นคุณยังไม่ได้เข้าเขตเชงเก้นจนกว่าจะถึงโรม ขั้นตอน EES จึงเกิดที่อิตาลีเช่นกัน
แต่ถ้าบิน Bangkok Frankfurt Rome คุณเข้าสู่เชงเก้นครั้งแรกที่แฟรงก์เฟิร์ต จึงผ่าน Immigration และ EES ที่เยอรมนี จากนั้นไฟลต์ Frankfurt Rome เป็นการเดินทางภายในพื้นที่เชงเก้น
หลักเดียวกันใช้กับเส้นทาง Bangkok Amsterdam Milan ซึ่งจุดตรวจเข้าเชงเก้นอยู่ที่อัมสเตอร์ดัม ไม่ใช่มิลาน
เพราะเหตุนี้ หากต้องต่อเครื่องผ่านสนามบินเชงเก้นก่อนถึงอิตาลี ควรเผื่อเวลาต่อเครื่องให้สบายขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่มีผู้โดยสารหนาแน่น ไม่มีตัวเลขกลางว่าต้องเผื่อเพิ่มกี่นาที เพราะเวลารอขึ้นอยู่กับสนามบิน ช่วงเวลา และจำนวนผู้โดยสารจริง
ชื่อทั้งสามอย่างมักถูกพูดถึงพร้อมกันจนดูเหมือนเป็นเรื่องเดียว แต่จริง ๆ ทำหน้าที่ต่างกันอย่างชัดเจน
| Schengen Visa | EES | ETIAS | |
|---|---|---|---|
| หน้าที่หลัก | อนุญาตให้ผู้ที่ต้องมีวีซ่าเดินทางเข้าสู่เชงเก้นระยะสั้น | บันทึกการเข้า-ออกและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการตรวจชายแดน | ระบบอนุมัติการเดินทางล่วงหน้าสำหรับผู้เดินทางที่ได้รับยกเว้นวีซ่า |
| ทำเมื่อไร | ก่อนเดินทาง | เมื่อข้ามพรมแดนภายนอกของประเทศที่ใช้ EES | ก่อนเดินทาง เมื่อระบบเปิดใช้งาน |
| คนถือพาสปอร์ตไทยทั่วไป | ต้องมี | อยู่ภายใต้ EES เมื่อเดินทางระยะสั้น | ไม่ใช่ข้อกำหนดสำหรับผู้ที่ต้องขอวีซ่าเชงเก้น |
| สถานะ ณ 2 ต.ค. 2026 | ใช้งานตามปกติ | ใช้งานเต็มรูปแบบแล้ว | ยังไม่เปิดรับคำขอ |
สิ่งที่ควรจำสำหรับคนไทยจึงมีเพียงลำดับง่าย ๆ ว่า ขอวีซ่าเชงเก้นก่อนเดินทาง เมื่อข้ามพรมแดนเข้าเชงเก้นจะเจอ EES ETIAS ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ถือพาสปอร์ตไทยทั่วไปต้องสมัครในสถานะปัจจุบัน
ณ วันที่อัปเดตบทความ 2 ตุลาคม 2026 เว็บไซต์ทางการของ EU ยังระบุว่า ETIAS ยังไม่เปิดใช้งานและยังไม่รับคำขอ โดย EU จะประกาศวันเริ่มที่แน่นอนล่วงหน้าอีกครั้ง ดังนั้นไม่ควรสมัครผ่านเว็บไซต์ที่อ้างว่าสามารถออก ETIAS ให้ได้ในตอนนี้
เด็กที่เดินทางเข้าเขตเชงเก้นระยะสั้นยังอยู่ภายใต้การบันทึกเข้า-ออกของระบบตามสถานะการเดินทาง แต่เรื่องลายนิ้วมือมีข้อยกเว้นสำคัญ
เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีไม่ถูกสแกนลายนิ้วมือสำหรับ EES แต่ยังมีการตรวจหนังสือเดินทางและการบันทึกข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาพใบหน้าตามกระบวนการ
สำหรับเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปที่ต้องมีวีซ่า หลักการเรื่อง VIS และการตรวจยืนยันตัวตนจะใช้ในแนวทางเดียวกับผู้ถือวีซ่าคนอื่น ๆ จึงไม่ควรเข้าใจว่า EES จะเก็บลายนิ้วมือของเด็กทุกคนใหม่อีกครั้งโดยอัตโนมัติ
หากเดินทางเป็นครอบครัว ควรเตรียมเอกสารของเด็กให้พร้อมเหมือนการเดินทางต่างประเทศทั่วไป และเผื่อเวลาในขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองให้เหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อเป็นการเข้าเชงเก้นครั้งแรกของทริป
หากการเดินทางครั้งก่อนเกิดขึ้น ก่อนระบบ EES เริ่มใช้งาน ประวัติการเดินทางเก่าจากตราประทับพาสปอร์ตไม่ได้แปลว่าคุณมีไฟล์ EES สำหรับการเดินทางครั้งใหม่แล้ว เมื่อข้ามพรมแดนภายใต้ระบบ EES เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนที่ใช้ในปัจจุบัน
ถ้าคุณเคยผ่าน EES หลังระบบเริ่มทำงานและข้อมูลยังอยู่ในระบบ การตรวจครั้งต่อไปมักใช้ข้อมูลเดิมเพื่อช่วยยืนยันตัวตนและบันทึกการเดินทางใหม่ จึงอาจไม่ต้องผ่านขั้นตอนการเก็บข้อมูลแบบเดียวกับครั้งแรกทั้งหมด
เรื่องอายุข้อมูลก็ไม่ควรจำแบบว่า 3 ปีหรือจนพาสปอร์ตหมดอายุ เพราะนั่นไม่ใช่กฎของ EES โดยตรง ตามกฎหมาย EES บันทึกการเข้า-ออกทั่วไปเก็บไว้ 3 ปี และแฟ้มข้อมูลบุคคลพร้อมประวัติที่เชื่อมโยงโดยทั่วไปเก็บ 3 ปีและ 1 วันนับจากการออกครั้งล่าสุด ส่วนกรณีที่ระบบไม่พบการออกหลังหมดระยะพำนักที่ได้รับอนุญาต ข้อมูลบางส่วนอาจเก็บไว้ถึง 5 ปี
ในมุมของนักท่องเที่ยว ไม่จำเป็นต้องคำนวณอายุข้อมูลเหล่านี้เอง สิ่งสำคัญกว่าคือใช้เอกสารเดินทางที่ถูกต้องและปฏิบัติตามระยะเวลาพำนักที่วีซ่าและกฎเชงเก้นอนุญาต
EES ไม่ได้กำหนดว่าพาสปอร์ตต้องเป็นแบบไบโอเมตริกเท่านั้น พาสปอร์ตที่ไม่ใช่ biometric สามารถใช้ข้ามพรมแดนได้ในหลักการ หากเอกสารยังถูกต้องและผู้เดินทางผ่านเงื่อนไขการเข้าเมืองทั้งหมด
ความต่างคือ หากต้องการใช้ช่องหรือเครื่อง Self-service ที่สนามบินบางแห่ง โดยทั่วไปจะต้องใช้พาสปอร์ตไบโอเมตริกที่มีชิป
สำหรับการเดินทางระยะสั้นเข้าเชงเก้น พาสปอร์ตควรมีอายุเหลืออย่างน้อย 3 เดือนหลังวันที่ตั้งใจออกจากเขตเชงเก้น และต้องเป็นหนังสือเดินทางที่ ออกภายใน 10 ปีก่อนวันเดินทางเข้า
ก่อนจองตั๋วหรือยื่นวีซ่า ควรตรวจวันออกพาสปอร์ตและวันหมดอายุให้ครบทั้งสองเงื่อนไข ไม่ใช่ดูเฉพาะวันหมดอายุอย่างเดียว
นักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางด้วย Schengen Visa Type C เพื่อเที่ยวระยะสั้นโดยทั่วไปอยู่ภายใต้ EES แต่มีผู้เดินทางบางประเภทที่อยู่นอกขอบเขตของระบบ เช่น ผู้ถือ Long-stay Visa หรือ Residence Permit ที่เข้าเงื่อนไข รวมถึงกลุ่มที่ได้รับข้อยกเว้นเฉพาะตามกฎหมายยุโรป
หากคุณไม่ได้เดินทางในฐานะนักท่องเที่ยวระยะสั้น เช่น ไปเรียนระยะยาว ไปทำงาน หรือมีใบอนุญาตพำนักอยู่แล้ว ไม่ควรใช้คำแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวในบทความนี้แทนกฎของสถานะตนเอง ควรตรวจจากหน่วยงานของประเทศที่ออกวีซ่าหรือใบอนุญาตโดยตรง
และถ้าเส้นทางเกี่ยวข้องกับ ไอร์แลนด์หรือไซปรัส ควรรู้ว่าสองประเทศนี้ไม่ได้ใช้ EES โดยยังมีขั้นตอนตรวจชายแดนของตนเองและยังใช้การประทับตราพาสปอร์ตในกรณีที่เกี่ยวข้อง
EES ไม่ได้เพิ่มชุดเอกสารใหม่สำหรับคนไทย แต่การมีข้อมูลพร้อมอยู่ในมือช่วยให้ด่านตรวจราบรื่นขึ้นมาก
ก่อนออกเดินทาง ควรตรวจให้แน่ใจว่า:
เมื่อถึงด่าน ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะต้องจำขั้นตอนทางเทคนิคทั้งหมด เจ้าหน้าที่และระบบของสนามบินจะเป็นผู้กำหนดว่าต้องสแกนอะไรหรือไปช่องใด สิ่งที่นักเดินทางทำได้ดีที่สุดคือเตรียมเอกสารให้พร้อม ตอบคำถามให้ตรงกับแผนการเดินทาง และปฏิบัติตามคำแนะนำที่ด่าน
สำหรับคนไทยที่กำลังวางแผนเที่ยวอิตาลีในปี 2026 EES อาจดูเป็นเรื่องใหม่ แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องมีใบอนุญาตเพิ่มอีกหนึ่งใบหรือสมัครระบบใหม่ก่อนขึ้นเครื่อง
สิ่งสำคัญยังเหมือนเดิม: มีพาสปอร์ตที่ถูกต้อง ขอวีซ่าเชงเก้นให้เรียบร้อย และเตรียมข้อมูลทริปให้พร้อม ความต่างคือเมื่อมาถึงพรมแดนเชงเก้น ประวัติการเข้า-ออกจะถูกบันทึกเป็นดิจิทัลแทนตราประทับในพาสปอร์ต และการตรวจตัวตนจะพึ่งพาระบบชีวมิติมากขึ้น
ถ้าจำเพียงสามเรื่องก่อนเดินทาง ก็เพียงพอสำหรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่:
เมื่อเข้าใจสามข้อนี้ การผ่านด่านก็เป็นเพียงอีกขั้นตอนหนึ่งของการเดินทาง ไม่ได้ทำให้การเที่ยวโรม ฟลอเรนซ์ เวนิส หรือเมืองอื่น ๆ ในอิตาลีซับซ้อนขึ้นอย่างที่ชื่อระบบอาจทำให้รู้สึกในตอนแรก
ข้อมูลอัปเดต ณ 2 ตุลาคม 2026: กฎและขั้นตอนของ EES/ETIAS สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ก่อนเดินทางควรตรวจข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการของสหภาพยุโรปและสถานทูตอิตาลีประจำประเทศไทยอีกครั้ง
หากคุณพร้อมเดินทางแล้ว ติดต่อ GTT Inter Travel ได้เลย เรามีแพ็กเกจทัวร์สุดพิเศษ หรือจะจัดกรุ๊ปทัวร์แบบส่วนตัว
โทร 098-483-0111
Facebook page : https://www.facebook.com/gttintertravel
Line ID: @gttintertravel