ใบไม้เปลี่ยนสีเกาหลี 2026: พยากรณ์ล่าสุด พร้อมคู่มือเลือกจุดชมวิว

Last updated: 28 ก.ย. 2569  |  5 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ใบไม้เปลี่ยนสีเกาหลี 2026: พยากรณ์ล่าสุด พร้อมคู่มือเลือกจุดชมวิว

ฤดูใบไม้ร่วงของเกาหลีใต้ปี 2026 เริ่มส่งสัญญาณแล้ว โดย Korea Forest Service (KFS) บันทึกการพบใบไม้เปลี่ยนสีครั้งแรกของปีเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 ที่เขตคุ้มครองทรัพยากรพันธุกรรมป่าจ็อมบงซาน (Jeombongsan) และคาดว่าสีสันจะค่อย ๆ ไล่จากพื้นที่ภูเขาทางเหนือไปสู่พื้นที่ตอนกลาง ภาคใต้ และเกาะเชจูในช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน ขณะที่ KFS ประเมินว่าช่วงพีคโดยรวมของปีนี้จะมาช้ากว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีล่าสุดประมาณ 0.8 วัน ส่วน Weatheri ประเมินทั้งช่วงเริ่มเปลี่ยนสีและช่วงพีคว่ามีแนวโน้มช้ากว่าค่าปกติจากอุณหภูมิช่วงกันยายนตุลาคมที่คาดว่าสูงกว่าปกติ

สำหรับคนที่จองตั๋วเครื่องบินไว้แล้ว คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า เกาหลีใบไม้เปลี่ยนสีเดือนไหน แต่คือ วันเดินทางของเราเหมาะกับพื้นที่ไหนมากที่สุด เพราะซอรัคซาน บุคฮันซาน เนจังซาน และฮัลลาซานไม่ได้พีคพร้อมกัน และแม้อยู่ในเมืองเดียวกัน ยอดเขากับพื้นที่ราบก็อาจเปลี่ยนสีไม่พร้อมกัน

ถ้ากำลังเลือกว่าจะไปที่ไหนในวันเดินทางของตัวเอง ข้อมูลจาก KFS, Weatheri, VISITKOREA และเว็บไซต์สถานที่ต่าง ๆ ช่วยให้เห็นภาพได้ชัดขึ้นว่าแต่ละพื้นที่กำลังเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงในช่วงใด จากนั้นจึงค่อยเทียบกับวันบินและรูปแบบทริป เพื่อเลือกจุดหมายที่เหมาะที่สุดโดยไม่ต้องเดาวันพีคขึ้นมาเอง

ไทม์ไลน์วางแผนเที่ยวใบไม้เปลี่ยนสีเกาหลีปี 2026 จากข้อมูล KFS และ Weatheri

ก่อนดูตาราง ต้องเข้าใจก่อนว่า เริ่มเปลี่ยนสี กับ พีค ไม่ใช่วันเดียวกัน

สาเหตุที่ค้นข้อมูลแล้วเจอหลายเว็บไซต์ให้วันที่ไม่ตรงกัน ส่วนหนึ่งมาจาก เกณฑ์การวัดที่ต่างกัน

Weatheri นิยาม First Foliage ว่าเป็นช่วงที่มองภาพรวมของภูเขาแล้วมีใบไม้เปลี่ยนสีจากบริเวณยอดลงมาประมาณ 20% และนิยาม Peak Foliage ที่ประมาณ 80% ของภูเขา ดังนั้นวันพีคของ Weatheri จะช้ากว่าวันเริ่มเปลี่ยนสีตามธรรมชาติ

ส่วน Korea Forest Service (KFS) ใช้เกณฑ์ช่วงพีคที่ ใบไม้เปลี่ยนสีประมาณ 50% และจัดทำแผนที่แยกตามชนิดพรรณไม้ เช่น กลุ่มเมเปิ้ล กลุ่มโอ๊ก และแปะก๊วย โดยอาศัยข้อมูลการสังเกตพืชตามฤดูกาลที่สะสมมาตั้งแต่ปี 2009 ร่วมกับข้อมูลสภาพอากาศในพื้นที่ภูเขา

เพราะฉะนั้น ตัวเลข KFS กับ Weatheri ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการพยากรณ์วันเดียวกันแต่สำนักหนึ่งผิด แต่ควรมองเป็นคนละเกณฑ์ที่ช่วยบอก จังหวะ ของฤดูใบไม้ร่วง

เช็กพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีเกาหลี 2026 ก่อนวางแผน

Weatheri / VISITKOREA

สถานที่เริ่มเปลี่ยนสีช่วงพีคที่เผยแพร่
ซอรัคซาน (Seoraksan)3 ต.ค. 202625 ต.ค. 2026
บุคฮันซาน (Bukhansan)23 ต.ค. 20264 พ.ย. 2026
จีรีซาน (Jirisan)28 ต.ค. 20265 พ.ย. 2026
ฮัลลาซาน (Hallasan)31 ต.ค. 202613 พ.ย. 2026
เนจังซาน (Naejangsan)ไม่ระบุในข่าว VISITKOREA11 พ.ย. 2026*

สำหรับ Naejangsan ตัวเลขที่เผยแพร่ยังไม่ตรงกัน โดยหน้า VISITKOREA วันที่ 8 กันยายน 2026 ซึ่งให้เครดิต Weatheri ระบุพีควันที่ 11 พฤศจิกายน ขณะที่ประกาศบนเว็บไซต์ Weatheri วันที่ 4 กันยายนระบุ 1 พฤศจิกายน ในข้อความสรุป หากตั้งใจไปที่นี่โดยเฉพาะ จึงควรมอง ต้นพฤศจิกายนเป็นช่วงที่ต้องติดตามใกล้ชิด และเช็กสภาพจริงอีกครั้งก่อนเดินทาง โดยมีวันที่ 4 พฤศจิกายนของ KFS เป็นอีกจุดอ้างอิงหนึ่ง

Korea Forest Service (เกณฑ์ใบไม้เปลี่ยนสีประมาณ 50%)

พื้นที่ภูเขาวันที่ KFS คาดว่าจะเข้าสู่ช่วงพีค
ซอรัคซาน (Seoraksan)20 ต.ค. 2026
ซงนีซาน (Songnisan)28 ต.ค. 2026
เนจังซาน (Naejangsan)4 พ.ย. 2026
ฮัลลาซาน (Hallasan)6 พ.ย. 2026

KFS ยังประเมินค่าเฉลี่ยตามชนิดพรรณไม้ทั่วประเทศว่า กลุ่มเมเปิ้ลและกลุ่มโอ๊กจะเข้าสู่ช่วงพีคราว 31 ตุลาคม และแปะก๊วยราว 30 ตุลาคม แต่ตัวเลขนี้เป็นภาพรวมของจุดสังเกตทั่วประเทศ ไม่ใช่วันพีคของกรุงโซลโดยเฉพาะ


Date-to-Destination Planner: บินช่วงไหน วางแผนไปโซนไหนดี?

มีวันเดินทางแล้ว ลองเทียบกับช่วงเวลาแนะนำด้านล่างเพื่อเลือกจุดหมายที่มีโอกาสตรงกับช่วงใบไม้เปลี่ยนสีมากที่สุด โดยอ้างอิงจากพยากรณ์ปี 2026 ทั้งนี้ธรรมชาติอาจเปลี่ยนแปลงเร็วหรือช้ากว่าที่คาดตามอุณหภูมิ ฝน และลมในแต่ละช่วง แนะนำให้เช็กสภาพล่าสุดอีกครั้งก่อนออกเดินทาง

บินช่วง 115 ตุลาคม: เริ่มตามสีที่ภูเขาทางเหนือ

Weatheri คาดว่าซอรัคซานจะเริ่มเปลี่ยนสีตั้งแต่ 3 ตุลาคม ดังนั้นถ้าเดินทางในช่วงต้นเดือนและเป้าหมายหลักคืออยากเห็น สีแรกของฤดู ควรให้น้ำหนักกับภูเขาทางเหนือมากกว่าใจกลางกรุงโซล

อย่างไรก็ตาม เริ่มเปลี่ยนสี ไม่เท่ากับ เต็มภูเขา ช่วงนี้จึงเหมาะกับคนที่ยอมรับภาพสีเขียวสลับเหลืองส้มได้ และไม่ควรคาดหวังว่าพื้นที่ทุกระดับความสูงของซอรัคซานจะพีคพร้อมกัน

บินช่วง 1625 ตุลาคม: จับตาซอรัคซานเป็นหลัก

ช่วงนี้เป็นหน้าต่างเวลาที่มีข้อมูลรองรับชัดที่สุดสำหรับซอรัคซาน เพราะ KFS ให้วันที่ 20 ตุลาคม สำหรับเกณฑ์ 50% ขณะที่ Weatheri ให้วันที่ 25 ตุลาคม สำหรับเกณฑ์ประมาณ 80% ของภูเขา

หากมีเวลาเพียงหนึ่งวันนอกโซล ซอรัคซานจึงเป็นตัวเลือกที่มี forecast ชัดกว่าสถานที่รอบกรุงโซลในช่วงนี้ แต่ควรเช็กสภาพอากาศและภาพจริงใกล้วันเดินทาง เพราะเคเบิลคาร์สามารถหยุดให้บริการได้เมื่อมีลมแรงหรือสภาพอากาศไม่เหมาะสม

บินช่วง 26 ตุลาคม5 พฤศจิกายน: โซลปริมณฑลเริ่มน่าสนใจ และ Bukhansan มีวันพีคชัด

Weatheri/VISITKOREA คาดว่า Bukhansan เริ่มเปลี่ยนสี 23 ตุลาคม และพีค 4 พฤศจิกายน ส่วน Jirisan พีค 5 พฤศจิกายน จึงเป็นช่วงที่นักเดินทางที่พักในโซลสามารถผสมวันเที่ยวเมืองกับวันออกธรรมชาติได้สะดวกขึ้น

VISITKOREA แนะนำ Gyeongbokgung Palace, Seoul Forest, Olympic Park และ N Seoul Tower เป็นจุดชมบรรยากาศฤดูใบไม้ร่วงในโซล และแนะนำ Hwadam Botanic Garden กับ Nami Island เป็นจุดยอดนิยมรอบเมือง แต่ ไม่ได้กำหนดวันพีคเฉพาะของแต่ละสถานที่เหล่านี้ใน forecast ปี 2026 จึงไม่ควรนำวันของ Bukhansan ไปใช้แทนวันพีคของพระราชวัง ฮวาดัม หรือนามิโดยตรง

บินช่วง 613 พฤศจิกายน: เน้นภาคใต้และเกาะเชจู

นี่เป็นช่วงที่ข้อมูลของ KFS และ Weatheri/VISITKOREA ชี้ไปทางพื้นที่ใต้มากขึ้นอย่างชัดเจน โดย KFS คาด Hallasan ที่ 6 พฤศจิกายน ส่วน VISITKOREA/Weatheri ให้ช่วงพีค Hallasan 13 พฤศจิกายน

สำหรับ Naejangsan ข้อมูลที่เผยแพร่มีความต่างกัน จึงควรใช้ 4 พฤศจิกายนของ KFS เป็นจุดอ้างอิงหนึ่ง และตรวจภาพสภาพจริงก่อนเดินทาง แทนการจองทริปโดยยึดวันที่เดียวแบบตายตัว

หลัง 13 พฤศจิกายน: อย่ายึด forecast ต้นฤดูโดยไม่เช็กภาพจริง

หลังช่วงพีคที่ประกาศของ Hallasan วันที่ 13 พฤศจิกายน ความเสี่ยงที่จะเจอใบร่วงมากขึ้นตามสภาพอากาศจะสูงขึ้น หากเดินทางช่วงกลางปลายเดือนพฤศจิกายน ควรให้ความสำคัญกับ การตรวจสภาพจริงก่อนออกเดินทาง มากกว่าการอ้างตาราง forecast ที่ประกาศตั้งแต่ต้นฤดู

ทัศนียภาพใบไม้เปลี่ยนสีบริเวณซอรัคซานและกวอนกึมซอง ประเทศเกาหลีใต้

เจาะลึก 5 จุดเที่ยวหลัก: เลือกให้เหมาะกับเวลาและสไตล์การเดินทาง

1. ซอรัคซาน (Seoraksan) จุดแรก ๆ ที่ต้องจับตาของฤดู

ซอรัคซานเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีข้อมูลปี 2026 ชัดที่สุด: Weatheri คาดเริ่มเปลี่ยนสีวันที่ 3 ตุลาคม, KFS คาดช่วง 50% วันที่ 20 ตุลาคม และ Weatheri คาดช่วงประมาณ 80% วันที่ 25 ตุลาคม

เสน่ห์ของที่นี่คือภูเขาหินแกรนิตและป่าบนพื้นที่ต่างระดับ หากไม่ต้องการเดินเขาหนัก สามารถเที่ยวบริเวณโซกงวอนและใช้ Seorak Cable Car ขึ้นไปยัง Gwongeumseong ได้

เว็บไซต์ผู้ให้บริการเคเบิลคาร์ระบุชัดว่า ไม่รับจองล่วงหน้า เพราะการเดินรถขึ้นกับสภาพอากาศ และจำหน่ายตั๋วเฉพาะหน้างานในวันเดินทางเท่านั้น เว็บไซต์ยังระบุว่าจาก Seoul ไป Sokcho ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาทีด้วยรถด่วน หรือประมาณ 2 ชั่วโมง 10 นาทีด้วยรถระหว่างเมืองตามเส้นทางที่ระบุ และจากตัวเมือง Sokcho สามารถใช้รถประจำทางสาย 7 หรือ 7-1 ไปยังปลายทาง Seoraksan ได้

เหมาะกับใคร: คนที่อยากเห็นภูเขาใบไม้เปลี่ยนสีและต้องการตัวเลือกที่ไม่จำเป็นต้องเดินขึ้นยอดเขาด้วยตัวเองทั้งหมด

ข้อควรรู้: เว็บไซต์เคเบิลคาร์ระบุว่าวันหยุดสุดสัปดาห์มักมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก และอาจมีเวลารอขึ้นกระเช้า จึงควรเผื่อเวลา แต่บทความนี้ไม่กำหนดว่า ต้องถึงก่อนกี่โมง เพราะไม่มีเวลาตายตัวที่ผู้ให้บริการรับประกัน

2. โซลและบุคฮันซาน เที่ยวเมืองสลับธรรมชาติได้ในทริปเดียว

ถ้าพักโซลเป็นหลัก ช่วงปลายตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายนจะเริ่มมีตัวเลือกมากขึ้น Weatheri/VISITKOREA คาด Bukhansan เริ่มเปลี่ยนสีวันที่ 23 ตุลาคม และพีควันที่ 4 พฤศจิกายน

ในตัวเมือง VISITKOREA แนะนำ Gyeongbokgung Palace, Seoul Forest, Olympic Park และ N Seoul Tower สำหรับบรรยากาศฤดูใบไม้ร่วง จุดเหล่านี้เหมาะกับวันที่ไม่ต้องการออกนอกเมืองไกล ส่วน Bukhansan เหมาะกับคนที่อยากเพิ่มเส้นทางเดินเขา แต่ควรเลือก trail ให้ตรงกับกำลังของผู้ร่วมทริป เพราะเส้นทางบนภูเขามีตั้งแต่ทางเดินเบาไปจนถึงเส้นทางขึ้นยอดที่ชันหลายชั่วโมง

บรรยากาศฤดูใบไม้ร่วงบริเวณถนนเลียบกำแพงหินพระราชวังถ็อกซูกุง กรุงโซล

สำหรับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก การเลือกสวนและพระราชวังในเมืองมักจัดการเรื่องเวลาและการเดินได้ง่ายกว่าการขึ้นยอดเขา และยังสามารถเก็บ Bukhansan ไว้เป็นวันธรรมชาติเต็มวันสำหรับสมาชิกที่พร้อมเดินมากกว่า

3. Hwadam Botanic Garden จองให้เป็น แล้วค่อยวางวันเที่ยว

Hwadam เป็นจุดยอดนิยมรอบกรุงโซลที่ VISITKOREA แนะนำสำหรับฤดูใบไม้ร่วง จุดเด่นคือสวนที่จัดภูมิทัศน์ตามแนวเนินเขาและมีโมโนเรลช่วยลดภาระการเดิน แต่สำหรับปี 2026 VISITKOREA ไม่ได้ระบุวันพีคเฉพาะของ Hwadam จึงควรใช้ช่วงฤดูท่องเที่ยวของสถานที่เป็นกรอบคร่าว ๆ แล้วเช็กภาพและประกาศล่าสุดอีกครั้งก่อนเลือกวัน

เว็บไซต์ Hwadam ระบุ Autumn High Season ปี 2026 ระหว่าง 23 ตุลาคม15 พฤศจิกายน และเปิดระบบจองผ่าน NOL สำหรับบัตรเข้า Hwadam/Hwadamchae รวมถึงโมโนเรลที่ออกจาก Platform 1 ช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่ควรวางแผนเรื่องตั๋วล่วงหน้าเป็นพิเศษ แม้ High Season จะไม่ใช่การประกาศวันพีคของใบไม้ก็ตาม

สำหรับโมโนเรล หากมี ที่นั่งคงเหลือหรือตั๋วยกเลิก เว็บไซต์ทางการระบุว่าสามารถซื้อหน้างานได้ตามจำนวนที่มี ส่วนเที่ยวที่ออกจาก Platform 23 ซื้อได้จากเครื่องจำหน่ายที่แต่ละสถานี ดังนั้นการจองล่วงหน้ายังเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดในช่วงคนเยอะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหน้างานจะไม่มีตั๋วเหลือเลยในทุกกรณี

อีกจุดที่เหมาะกับครอบครัวคือ Hwadam ระบุว่าพื้นที่ภายในออกแบบเป็นทางลาดที่ รถเข็นเด็กและวีลแชร์สามารถเที่ยวชมได้โดยไม่จำเป็นต้องขึ้นโมโนเรล อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ต้องการใช้โมโนเรลควรจองล่วงหน้าในฤดูพีค เพราะตั๋วมีโอกาสเต็มเร็ว

4. เนจังซาน (Naejangsan) เป้าหมายสำคัญของต้นพฤศจิกายน

ศาลาอูฮวาจองในอุทยานแห่งชาติเนจังซานท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสี

ถ้าตั้งใจไป Naejangsan ให้จับตาช่วง ต้นพฤศจิกายน เป็นหลัก KFS คาดว่าใบไม้จะเข้าสู่ระดับประมาณ 50% วันที่ 4 พฤศจิกายน 2026 ส่วนข้อมูลที่เผยแพร่โดย Weatheri และ VISITKOREA ให้วันที่พีคต่างกัน จึงไม่ควรยึดวันที่ใดวันที่หนึ่งแบบตายตัว

วิธีวางแผนที่ปลอดภัยกว่าคือจองทริปในช่วงต้นพฤศจิกายน แล้วตรวจภาพและประกาศล่าสุดอีกครั้งก่อนวันเดินทาง โดยเฉพาะหากเพิ่งมีฝนหนัก ลมแรง หรืออากาศเปลี่ยนฉับพลัน

ด้านการเดินทาง VISITKOREA ระบุว่าสามารถใช้รถประจำทางสาย 171 จาก Jeongeup Station (KTX Honam Line) หรือ Jeongeup Intercity Bus Terminal ไปยัง Naejang Terminal ใช้เวลาประมาณ 40 นาที จากนั้นจึงเดินทางต่อเข้าสู่พื้นที่อุทยานตามจุดที่ต้องการเที่ยว

เหมาะกับใคร: คนที่มีเวลาออกจากโซลลงใต้ หรือจัดที่พักใน Jeongeup/พื้นที่ใกล้เคียง และต้องการบรรยากาศป่าเมเปิ้ลมากกว่าการเที่ยวเมือง

5. ฮัลลาซาน (Hallasan) ช่วงท้ายของ forecast หลักปี 2026

Hallasan มีช่วงเวลาที่ชัดจากสองแหล่ง: Weatheri/VISITKOREA คาดเริ่มเปลี่ยนสี 31 ตุลาคม และพีค 13 พฤศจิกายน ส่วน KFS ให้วันที่ 6 พฤศจิกายน ตามเกณฑ์ 50%

หนึ่งในเส้นทางที่ได้รับความนิยมคือ Yeongsil Trail ซึ่ง VISITKOREA ระบุว่ามีระยะทาง 5.8 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที ไปยังจุดหมายของเส้นทาง และมีทั้งช่วงชันกับช่วงราบ ผู้เดินทางควรตรวจเวลารับนักเดินเขาของอุทยานในวันที่ไปจริง เพราะเวลาเข้าเส้นทางเปลี่ยนตามฤดูกาลและอาจปิดเมื่อสภาพอากาศไม่เหมาะสม

ระบบข้อมูลรถโดยสารของเกาะเชจูยืนยันว่า รถสาย 240 วิ่งจาก Jeju Bus Terminal ผ่าน Eorimok, 1100 Highland และ Yeongsil Entrance / Yeongsil Branch Office ก่อนลงไปทาง Jungmun จึงใช้เป็นทางเลือกสำหรับการเดินทางสาธารณะไป Yeongsil ได้ โดยควรตรวจรอบรถล่าสุดก่อนวันเดินทาง


3 เรื่องหน้างานที่ควรรู้ก่อนล็อกแผน

Seorak Cable Car: ไม่มีจองล่วงหน้า

Seorak Cable Car ไม่รับจองล่วงหน้า และจำหน่ายตั๋วในวันเดินทาง เพราะการเดินรถขึ้นกับสภาพอากาศ ก่อนออกจากที่พักควรเปิดเว็บไซต์เช็กสถานะและเวลาเดินรถของวันนั้น แล้วเผื่อเวลาสำหรับการรอ โดยเฉพาะวันหยุดและช่วงที่ใบไม้กำลังสวย

Hwadam: จองล่วงหน้า สำคัญ แต่ไม่ใช่ No Walk-in ทุกกรณี

ฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงที่ตั๋วมีความต้องการสูง การจองล่วงหน้าจึงช่วยลดความเสี่ยงได้มากที่สุด ขณะเดียวกัน เว็บไซต์ทางการยังเปิดทางให้ซื้อ จำนวนคงเหลือหรือตั๋วยกเลิก สำหรับบางรายการได้ จึงควรเช็กสถานะตั๋วจริงจากระบบก่อนวันเดินทาง

Naejangsan: วันเดียวจากโซลทำได้ แต่ต้องเผื่อการต่อรถ

การใช้ KTX ไป Jeongeup ช่วยลดเวลาบนถนน และจากสถานีมี Bus 171 ไปยัง Naejang Terminal ตามข้อมูล VISITKOREA หากวางเป็น day trip ควรเช็กตารางรถไฟและรถบัสจริงของวันเดินทางก่อนจองกิจกรรมอื่นต่อท้าย เพราะช่วงใบไม้เปลี่ยนสีมีผู้เดินทางจำนวนมาก


Plan B: ถ้าสีจริงไม่ตรงกับ forecast ควรแก้เกมอย่างไร?

พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีช่วยให้วางแผนได้ง่ายขึ้น แต่ธรรมชาติไม่ได้เปลี่ยนสีตามปฏิทินแบบเป๊ะ ๆ อุณหภูมิ ฝน และลมในช่วงก่อนเดินทางสามารถทำให้สีมาเร็ว ช้า หรือใบร่วงเร็วกว่าที่คาดได้

วิธีลดความเสี่ยงที่ดีที่สุดคือ อย่าผูกทั้งทริปกับจุดเดียว หากพักโซล ควรมีทั้งวันเที่ยวเมืองและวันออกธรรมชาติในแผน เช่น วันที่อากาศไม่เหมาะกับภูเขาอาจเปลี่ยนไปเที่ยวพระราชวังหรือสวนในเมือง ส่วนวันที่ท้องฟ้าเปิดจึงค่อยออก Bukhansan หรือเดินทางไกลขึ้น

ถ้ามีเป้าหมายเฉพาะอย่าง Seoraksan, Hwadam หรือ Hallasan ให้ตรวจประกาศการเปิดปิด สภาพอากาศ และข้อมูลล่าสุดของสถานที่ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง การขยับโปรแกรมเพียง 1 วันอาจช่วยได้มากกว่าการยึดวันพีคที่ประกาศล่วงหน้าหลายสัปดาห์


ก่อนออกเดินทาง 12 วัน เช็กอะไรบ้าง?

  1. เริ่มจากเว็บไซต์ทางการของสถานที่ Seorak Cable Car มีหน้าเวลาเดินรถและภาพมุม Gwongeumseong แบบเรียลไทม์ ส่วน Hwadam มีสถานะโมโนเรลและประกาศประจำฤดูกาล
  2. เช็กประกาศอุทยานและสภาพอากาศ สำหรับอุทยานแห่งชาติให้ตรวจ KNPS และเว็บไซต์ของอุทยานก่อนเดินทาง โดยเฉพาะวันฝน ลมแรง หรือช่วงที่อาจมีการปิดเส้นทาง
  3. ใช้ภาพจากนักท่องเที่ยวเป็นข้อมูลเสริม รูปใหม่จาก Naver Blog, Instagram หรือแพลตฟอร์มอื่นช่วยให้เห็นสีจริง ณ ช่วงนั้นได้ แต่ควรตรวจวันที่โพสต์และสถานที่ถ่าย ไม่ควรใช้แทนประกาศด้านความปลอดภัยหรือการเปิดปิดจากหน่วยงานทางการ

เสื้อผ้าฤดูใบไม้ร่วง: เตรียมแบบ Layering ปรับง่ายกว่า

ช่วงตุลาคมพฤศจิกายนอุณหภูมิระหว่างกลางวัน กลางคืน และพื้นที่ภูเขาสามารถต่างกันมาก จึงควรเตรียมเสื้อผ้าแบบหลายชั้น เช่น เสื้อแขนยาวหรือเสื้อชั้นในบาง เสื้อสเวตเตอร์ และเสื้อคลุมกันลม แทนการพึ่งเสื้อหนาเพียงตัวเดียว

ถ้ามีโปรแกรมขึ้นภูเขา ควรเตรียมรองเท้าที่เกาะพื้นได้ดีและตรวจอากาศของพื้นที่นั้นโดยเฉพาะ เพราะอุณหภูมิและลมบนเขาไม่ควรใช้ค่าพยากรณ์ของใจกลางกรุงโซลแทน


เอกสารเข้าเกาหลีปี 2026: K-ETA กับ e-Arrival Card ต้องแยกให้ออก

สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางไทยที่เดินทางเข้าเกาหลีแบบยกเว้นวีซ่าเพื่อท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ หรือเข้าร่วมประชุม สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทยระบุใน FAQ ที่แก้ไขล่าสุดเมื่อ 28 มกราคม 2026 ว่าต้องได้รับอนุมัติ K-ETA ก่อนเดินทาง

K-ETA ที่อนุมัติแล้วมีอายุสูงสุด 3 ปี หรือจนถึงวันหมดอายุของหนังสือเดินทางหากพาสปอร์ตหมดอายุก่อน และเว็บไซต์ K-ETA ระบุว่าการพิจารณาโดยทั่วไปใช้เวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง แต่สามารถใช้เวลานานกว่านั้นได้ จึงไม่ควรรอสมัครจนชิดวันบิน

ส่วน e-Arrival Card ไม่ใช่เอกสารที่ต้องทำซ้ำกับ K-ETA ทุกคน เว็บไซต์ e-Arrival Card ของรัฐบาลเกาหลีระบุว่า ผู้ที่มี K-ETA ที่ยังใช้ได้ไม่ต้องยื่น e-Arrival Card ขณะที่ผู้ที่อยู่ในกลุ่มยกเว้น K-ETA หรือเข้าประเทศด้วยสถานะอื่นควรตรวจผ่าน e-Arrival Card Navigator ว่าตนเองอยู่ในกลุ่มที่ต้องยื่นหรือไม่


สรุปช่วงเที่ยวใบไม้เปลี่ยนสีเกาหลี 2026 แบบจำง่าย

ถ้าต้องการจำแบบง่ายที่สุดสำหรับปี 2026:

  • ต้นตุลาคม: เริ่มจับตาพื้นที่ภูเขาทางเหนือ โดย Seoraksan เริ่มเปลี่ยนสีตาม Weatheri วันที่ 3 ต.ค.
  • 2025 ตุลาคม: Seoraksan มี forecast ชัดที่สุด โดย KFS ให้ 20 ต.ค. และ Weatheri ให้ 25 ต.ค. ตามเกณฑ์ที่ต่างกัน
  • ปลายตุลาคมต้นพฤศจิกายน: Bukhansan ขยับเข้าสู่ช่วงเด่น โดย Weatheri/VISITKOREA ให้พีค 4 พ.ย.; โซลและจุดรอบเมืองเหมาะสำหรับจัดแผนแบบยืดหยุ่น แต่ไม่ควรสร้างวันพีคเฉพาะหากยังไม่มีประกาศ
  • ต้นกลางพฤศจิกายน: จับตา Naejangsan และ Hallasan โดยต้องเช็กภาพจริงใกล้วันเดินทาง โดยเฉพาะ Naejangsan ที่ข้อมูล Weatheri ที่เผยแพร่สองแห่งไม่ตรงกัน
  • หลังกลางพฤศจิกายน: ใช้ภาพและประกาศสภาพจริงเป็นหลัก ไม่ควรยึด forecast ต้นฤดูเพียงอย่างเดียว

การตามใบไม้เปลี่ยนสีให้ได้ภาพสวยไม่จำเป็นต้อง ทายวันพีคให้ถูกเป๊ะ สิ่งสำคัญกว่าคือเลือกภูมิภาคให้ตรงกับช่วงเวลา มีแผนสำรอง และตรวจสถานการณ์จริงก่อนออกเดินทาง เท่านี้ทริปก็ยืดหยุ่นและมีโอกาสเจอสีสันของฤดูใบไม้ร่วงได้มากขึ้น



  หากคุณพร้อมเดินทางแล้ว ติดต่อ GTT Inter Travel ได้เลย เรามีแพ็กเกจทัวร์สุดพิเศษ หรือจะจัดกรุ๊ปทัวร์แบบส่วนตัว
โทร 098-483-0111
Facebook page : https://www.facebook.com/gttintertravel
Line ID: @gttintertravel

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้