Last updated: 28 ก.ย. 2569 | 5 จำนวนผู้เข้าชม |
ฤดูใบไม้ร่วงของเกาหลีใต้ปี 2026 เริ่มส่งสัญญาณแล้ว โดย Korea Forest Service (KFS) บันทึกการพบใบไม้เปลี่ยนสีครั้งแรกของปีเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 ที่เขตคุ้มครองทรัพยากรพันธุกรรมป่าจ็อมบงซาน (Jeombongsan) และคาดว่าสีสันจะค่อย ๆ ไล่จากพื้นที่ภูเขาทางเหนือไปสู่พื้นที่ตอนกลาง ภาคใต้ และเกาะเชจูในช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน ขณะที่ KFS ประเมินว่าช่วงพีคโดยรวมของปีนี้จะมาช้ากว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีล่าสุดประมาณ 0.8 วัน ส่วน Weatheri ประเมินทั้งช่วงเริ่มเปลี่ยนสีและช่วงพีคว่ามีแนวโน้มช้ากว่าค่าปกติจากอุณหภูมิช่วงกันยายนตุลาคมที่คาดว่าสูงกว่าปกติ
สำหรับคนที่จองตั๋วเครื่องบินไว้แล้ว คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า เกาหลีใบไม้เปลี่ยนสีเดือนไหน แต่คือ วันเดินทางของเราเหมาะกับพื้นที่ไหนมากที่สุด เพราะซอรัคซาน บุคฮันซาน เนจังซาน และฮัลลาซานไม่ได้พีคพร้อมกัน และแม้อยู่ในเมืองเดียวกัน ยอดเขากับพื้นที่ราบก็อาจเปลี่ยนสีไม่พร้อมกัน
ถ้ากำลังเลือกว่าจะไปที่ไหนในวันเดินทางของตัวเอง ข้อมูลจาก KFS, Weatheri, VISITKOREA และเว็บไซต์สถานที่ต่าง ๆ ช่วยให้เห็นภาพได้ชัดขึ้นว่าแต่ละพื้นที่กำลังเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงในช่วงใด จากนั้นจึงค่อยเทียบกับวันบินและรูปแบบทริป เพื่อเลือกจุดหมายที่เหมาะที่สุดโดยไม่ต้องเดาวันพีคขึ้นมาเอง

สาเหตุที่ค้นข้อมูลแล้วเจอหลายเว็บไซต์ให้วันที่ไม่ตรงกัน ส่วนหนึ่งมาจาก เกณฑ์การวัดที่ต่างกัน
Weatheri นิยาม First Foliage ว่าเป็นช่วงที่มองภาพรวมของภูเขาแล้วมีใบไม้เปลี่ยนสีจากบริเวณยอดลงมาประมาณ 20% และนิยาม Peak Foliage ที่ประมาณ 80% ของภูเขา ดังนั้นวันพีคของ Weatheri จะช้ากว่าวันเริ่มเปลี่ยนสีตามธรรมชาติ
ส่วน Korea Forest Service (KFS) ใช้เกณฑ์ช่วงพีคที่ ใบไม้เปลี่ยนสีประมาณ 50% และจัดทำแผนที่แยกตามชนิดพรรณไม้ เช่น กลุ่มเมเปิ้ล กลุ่มโอ๊ก และแปะก๊วย โดยอาศัยข้อมูลการสังเกตพืชตามฤดูกาลที่สะสมมาตั้งแต่ปี 2009 ร่วมกับข้อมูลสภาพอากาศในพื้นที่ภูเขา
เพราะฉะนั้น ตัวเลข KFS กับ Weatheri ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการพยากรณ์วันเดียวกันแต่สำนักหนึ่งผิด แต่ควรมองเป็นคนละเกณฑ์ที่ช่วยบอก จังหวะ ของฤดูใบไม้ร่วง
| สถานที่ | เริ่มเปลี่ยนสี | ช่วงพีคที่เผยแพร่ |
|---|---|---|
| ซอรัคซาน (Seoraksan) | 3 ต.ค. 2026 | 25 ต.ค. 2026 |
| บุคฮันซาน (Bukhansan) | 23 ต.ค. 2026 | 4 พ.ย. 2026 |
| จีรีซาน (Jirisan) | 28 ต.ค. 2026 | 5 พ.ย. 2026 |
| ฮัลลาซาน (Hallasan) | 31 ต.ค. 2026 | 13 พ.ย. 2026 |
| เนจังซาน (Naejangsan) | ไม่ระบุในข่าว VISITKOREA | 11 พ.ย. 2026* |
สำหรับ Naejangsan ตัวเลขที่เผยแพร่ยังไม่ตรงกัน โดยหน้า VISITKOREA วันที่ 8 กันยายน 2026 ซึ่งให้เครดิต Weatheri ระบุพีควันที่ 11 พฤศจิกายน ขณะที่ประกาศบนเว็บไซต์ Weatheri วันที่ 4 กันยายนระบุ 1 พฤศจิกายน ในข้อความสรุป หากตั้งใจไปที่นี่โดยเฉพาะ จึงควรมอง ต้นพฤศจิกายนเป็นช่วงที่ต้องติดตามใกล้ชิด และเช็กสภาพจริงอีกครั้งก่อนเดินทาง โดยมีวันที่ 4 พฤศจิกายนของ KFS เป็นอีกจุดอ้างอิงหนึ่ง
| พื้นที่ภูเขา | วันที่ KFS คาดว่าจะเข้าสู่ช่วงพีค |
|---|---|
| ซอรัคซาน (Seoraksan) | 20 ต.ค. 2026 |
| ซงนีซาน (Songnisan) | 28 ต.ค. 2026 |
| เนจังซาน (Naejangsan) | 4 พ.ย. 2026 |
| ฮัลลาซาน (Hallasan) | 6 พ.ย. 2026 |
KFS ยังประเมินค่าเฉลี่ยตามชนิดพรรณไม้ทั่วประเทศว่า กลุ่มเมเปิ้ลและกลุ่มโอ๊กจะเข้าสู่ช่วงพีคราว 31 ตุลาคม และแปะก๊วยราว 30 ตุลาคม แต่ตัวเลขนี้เป็นภาพรวมของจุดสังเกตทั่วประเทศ ไม่ใช่วันพีคของกรุงโซลโดยเฉพาะ
มีวันเดินทางแล้ว ลองเทียบกับช่วงเวลาแนะนำด้านล่างเพื่อเลือกจุดหมายที่มีโอกาสตรงกับช่วงใบไม้เปลี่ยนสีมากที่สุด โดยอ้างอิงจากพยากรณ์ปี 2026 ทั้งนี้ธรรมชาติอาจเปลี่ยนแปลงเร็วหรือช้ากว่าที่คาดตามอุณหภูมิ ฝน และลมในแต่ละช่วง แนะนำให้เช็กสภาพล่าสุดอีกครั้งก่อนออกเดินทาง
Weatheri คาดว่าซอรัคซานจะเริ่มเปลี่ยนสีตั้งแต่ 3 ตุลาคม ดังนั้นถ้าเดินทางในช่วงต้นเดือนและเป้าหมายหลักคืออยากเห็น สีแรกของฤดู ควรให้น้ำหนักกับภูเขาทางเหนือมากกว่าใจกลางกรุงโซล
อย่างไรก็ตาม เริ่มเปลี่ยนสี ไม่เท่ากับ เต็มภูเขา ช่วงนี้จึงเหมาะกับคนที่ยอมรับภาพสีเขียวสลับเหลืองส้มได้ และไม่ควรคาดหวังว่าพื้นที่ทุกระดับความสูงของซอรัคซานจะพีคพร้อมกัน
ช่วงนี้เป็นหน้าต่างเวลาที่มีข้อมูลรองรับชัดที่สุดสำหรับซอรัคซาน เพราะ KFS ให้วันที่ 20 ตุลาคม สำหรับเกณฑ์ 50% ขณะที่ Weatheri ให้วันที่ 25 ตุลาคม สำหรับเกณฑ์ประมาณ 80% ของภูเขา
หากมีเวลาเพียงหนึ่งวันนอกโซล ซอรัคซานจึงเป็นตัวเลือกที่มี forecast ชัดกว่าสถานที่รอบกรุงโซลในช่วงนี้ แต่ควรเช็กสภาพอากาศและภาพจริงใกล้วันเดินทาง เพราะเคเบิลคาร์สามารถหยุดให้บริการได้เมื่อมีลมแรงหรือสภาพอากาศไม่เหมาะสม
Weatheri/VISITKOREA คาดว่า Bukhansan เริ่มเปลี่ยนสี 23 ตุลาคม และพีค 4 พฤศจิกายน ส่วน Jirisan พีค 5 พฤศจิกายน จึงเป็นช่วงที่นักเดินทางที่พักในโซลสามารถผสมวันเที่ยวเมืองกับวันออกธรรมชาติได้สะดวกขึ้น
VISITKOREA แนะนำ Gyeongbokgung Palace, Seoul Forest, Olympic Park และ N Seoul Tower เป็นจุดชมบรรยากาศฤดูใบไม้ร่วงในโซล และแนะนำ Hwadam Botanic Garden กับ Nami Island เป็นจุดยอดนิยมรอบเมือง แต่ ไม่ได้กำหนดวันพีคเฉพาะของแต่ละสถานที่เหล่านี้ใน forecast ปี 2026 จึงไม่ควรนำวันของ Bukhansan ไปใช้แทนวันพีคของพระราชวัง ฮวาดัม หรือนามิโดยตรง
นี่เป็นช่วงที่ข้อมูลของ KFS และ Weatheri/VISITKOREA ชี้ไปทางพื้นที่ใต้มากขึ้นอย่างชัดเจน โดย KFS คาด Hallasan ที่ 6 พฤศจิกายน ส่วน VISITKOREA/Weatheri ให้ช่วงพีค Hallasan 13 พฤศจิกายน
สำหรับ Naejangsan ข้อมูลที่เผยแพร่มีความต่างกัน จึงควรใช้ 4 พฤศจิกายนของ KFS เป็นจุดอ้างอิงหนึ่ง และตรวจภาพสภาพจริงก่อนเดินทาง แทนการจองทริปโดยยึดวันที่เดียวแบบตายตัว
หลังช่วงพีคที่ประกาศของ Hallasan วันที่ 13 พฤศจิกายน ความเสี่ยงที่จะเจอใบร่วงมากขึ้นตามสภาพอากาศจะสูงขึ้น หากเดินทางช่วงกลางปลายเดือนพฤศจิกายน ควรให้ความสำคัญกับ การตรวจสภาพจริงก่อนออกเดินทาง มากกว่าการอ้างตาราง forecast ที่ประกาศตั้งแต่ต้นฤดู

ซอรัคซานเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีข้อมูลปี 2026 ชัดที่สุด: Weatheri คาดเริ่มเปลี่ยนสีวันที่ 3 ตุลาคม, KFS คาดช่วง 50% วันที่ 20 ตุลาคม และ Weatheri คาดช่วงประมาณ 80% วันที่ 25 ตุลาคม
เสน่ห์ของที่นี่คือภูเขาหินแกรนิตและป่าบนพื้นที่ต่างระดับ หากไม่ต้องการเดินเขาหนัก สามารถเที่ยวบริเวณโซกงวอนและใช้ Seorak Cable Car ขึ้นไปยัง Gwongeumseong ได้
เว็บไซต์ผู้ให้บริการเคเบิลคาร์ระบุชัดว่า ไม่รับจองล่วงหน้า เพราะการเดินรถขึ้นกับสภาพอากาศ และจำหน่ายตั๋วเฉพาะหน้างานในวันเดินทางเท่านั้น เว็บไซต์ยังระบุว่าจาก Seoul ไป Sokcho ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาทีด้วยรถด่วน หรือประมาณ 2 ชั่วโมง 10 นาทีด้วยรถระหว่างเมืองตามเส้นทางที่ระบุ และจากตัวเมือง Sokcho สามารถใช้รถประจำทางสาย 7 หรือ 7-1 ไปยังปลายทาง Seoraksan ได้
เหมาะกับใคร: คนที่อยากเห็นภูเขาใบไม้เปลี่ยนสีและต้องการตัวเลือกที่ไม่จำเป็นต้องเดินขึ้นยอดเขาด้วยตัวเองทั้งหมด
ข้อควรรู้: เว็บไซต์เคเบิลคาร์ระบุว่าวันหยุดสุดสัปดาห์มักมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก และอาจมีเวลารอขึ้นกระเช้า จึงควรเผื่อเวลา แต่บทความนี้ไม่กำหนดว่า ต้องถึงก่อนกี่โมง เพราะไม่มีเวลาตายตัวที่ผู้ให้บริการรับประกัน
ถ้าพักโซลเป็นหลัก ช่วงปลายตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายนจะเริ่มมีตัวเลือกมากขึ้น Weatheri/VISITKOREA คาด Bukhansan เริ่มเปลี่ยนสีวันที่ 23 ตุลาคม และพีควันที่ 4 พฤศจิกายน
ในตัวเมือง VISITKOREA แนะนำ Gyeongbokgung Palace, Seoul Forest, Olympic Park และ N Seoul Tower สำหรับบรรยากาศฤดูใบไม้ร่วง จุดเหล่านี้เหมาะกับวันที่ไม่ต้องการออกนอกเมืองไกล ส่วน Bukhansan เหมาะกับคนที่อยากเพิ่มเส้นทางเดินเขา แต่ควรเลือก trail ให้ตรงกับกำลังของผู้ร่วมทริป เพราะเส้นทางบนภูเขามีตั้งแต่ทางเดินเบาไปจนถึงเส้นทางขึ้นยอดที่ชันหลายชั่วโมง

สำหรับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก การเลือกสวนและพระราชวังในเมืองมักจัดการเรื่องเวลาและการเดินได้ง่ายกว่าการขึ้นยอดเขา และยังสามารถเก็บ Bukhansan ไว้เป็นวันธรรมชาติเต็มวันสำหรับสมาชิกที่พร้อมเดินมากกว่า
Hwadam เป็นจุดยอดนิยมรอบกรุงโซลที่ VISITKOREA แนะนำสำหรับฤดูใบไม้ร่วง จุดเด่นคือสวนที่จัดภูมิทัศน์ตามแนวเนินเขาและมีโมโนเรลช่วยลดภาระการเดิน แต่สำหรับปี 2026 VISITKOREA ไม่ได้ระบุวันพีคเฉพาะของ Hwadam จึงควรใช้ช่วงฤดูท่องเที่ยวของสถานที่เป็นกรอบคร่าว ๆ แล้วเช็กภาพและประกาศล่าสุดอีกครั้งก่อนเลือกวัน
เว็บไซต์ Hwadam ระบุ Autumn High Season ปี 2026 ระหว่าง 23 ตุลาคม15 พฤศจิกายน และเปิดระบบจองผ่าน NOL สำหรับบัตรเข้า Hwadam/Hwadamchae รวมถึงโมโนเรลที่ออกจาก Platform 1 ช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่ควรวางแผนเรื่องตั๋วล่วงหน้าเป็นพิเศษ แม้ High Season จะไม่ใช่การประกาศวันพีคของใบไม้ก็ตาม
สำหรับโมโนเรล หากมี ที่นั่งคงเหลือหรือตั๋วยกเลิก เว็บไซต์ทางการระบุว่าสามารถซื้อหน้างานได้ตามจำนวนที่มี ส่วนเที่ยวที่ออกจาก Platform 23 ซื้อได้จากเครื่องจำหน่ายที่แต่ละสถานี ดังนั้นการจองล่วงหน้ายังเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดในช่วงคนเยอะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหน้างานจะไม่มีตั๋วเหลือเลยในทุกกรณี
อีกจุดที่เหมาะกับครอบครัวคือ Hwadam ระบุว่าพื้นที่ภายในออกแบบเป็นทางลาดที่ รถเข็นเด็กและวีลแชร์สามารถเที่ยวชมได้โดยไม่จำเป็นต้องขึ้นโมโนเรล อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ต้องการใช้โมโนเรลควรจองล่วงหน้าในฤดูพีค เพราะตั๋วมีโอกาสเต็มเร็ว

ถ้าตั้งใจไป Naejangsan ให้จับตาช่วง ต้นพฤศจิกายน เป็นหลัก KFS คาดว่าใบไม้จะเข้าสู่ระดับประมาณ 50% วันที่ 4 พฤศจิกายน 2026 ส่วนข้อมูลที่เผยแพร่โดย Weatheri และ VISITKOREA ให้วันที่พีคต่างกัน จึงไม่ควรยึดวันที่ใดวันที่หนึ่งแบบตายตัว
วิธีวางแผนที่ปลอดภัยกว่าคือจองทริปในช่วงต้นพฤศจิกายน แล้วตรวจภาพและประกาศล่าสุดอีกครั้งก่อนวันเดินทาง โดยเฉพาะหากเพิ่งมีฝนหนัก ลมแรง หรืออากาศเปลี่ยนฉับพลัน
ด้านการเดินทาง VISITKOREA ระบุว่าสามารถใช้รถประจำทางสาย 171 จาก Jeongeup Station (KTX Honam Line) หรือ Jeongeup Intercity Bus Terminal ไปยัง Naejang Terminal ใช้เวลาประมาณ 40 นาที จากนั้นจึงเดินทางต่อเข้าสู่พื้นที่อุทยานตามจุดที่ต้องการเที่ยว
เหมาะกับใคร: คนที่มีเวลาออกจากโซลลงใต้ หรือจัดที่พักใน Jeongeup/พื้นที่ใกล้เคียง และต้องการบรรยากาศป่าเมเปิ้ลมากกว่าการเที่ยวเมือง
Hallasan มีช่วงเวลาที่ชัดจากสองแหล่ง: Weatheri/VISITKOREA คาดเริ่มเปลี่ยนสี 31 ตุลาคม และพีค 13 พฤศจิกายน ส่วน KFS ให้วันที่ 6 พฤศจิกายน ตามเกณฑ์ 50%
หนึ่งในเส้นทางที่ได้รับความนิยมคือ Yeongsil Trail ซึ่ง VISITKOREA ระบุว่ามีระยะทาง 5.8 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที ไปยังจุดหมายของเส้นทาง และมีทั้งช่วงชันกับช่วงราบ ผู้เดินทางควรตรวจเวลารับนักเดินเขาของอุทยานในวันที่ไปจริง เพราะเวลาเข้าเส้นทางเปลี่ยนตามฤดูกาลและอาจปิดเมื่อสภาพอากาศไม่เหมาะสม
ระบบข้อมูลรถโดยสารของเกาะเชจูยืนยันว่า รถสาย 240 วิ่งจาก Jeju Bus Terminal ผ่าน Eorimok, 1100 Highland และ Yeongsil Entrance / Yeongsil Branch Office ก่อนลงไปทาง Jungmun จึงใช้เป็นทางเลือกสำหรับการเดินทางสาธารณะไป Yeongsil ได้ โดยควรตรวจรอบรถล่าสุดก่อนวันเดินทาง
Seorak Cable Car ไม่รับจองล่วงหน้า และจำหน่ายตั๋วในวันเดินทาง เพราะการเดินรถขึ้นกับสภาพอากาศ ก่อนออกจากที่พักควรเปิดเว็บไซต์เช็กสถานะและเวลาเดินรถของวันนั้น แล้วเผื่อเวลาสำหรับการรอ โดยเฉพาะวันหยุดและช่วงที่ใบไม้กำลังสวย
ฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงที่ตั๋วมีความต้องการสูง การจองล่วงหน้าจึงช่วยลดความเสี่ยงได้มากที่สุด ขณะเดียวกัน เว็บไซต์ทางการยังเปิดทางให้ซื้อ จำนวนคงเหลือหรือตั๋วยกเลิก สำหรับบางรายการได้ จึงควรเช็กสถานะตั๋วจริงจากระบบก่อนวันเดินทาง
การใช้ KTX ไป Jeongeup ช่วยลดเวลาบนถนน และจากสถานีมี Bus 171 ไปยัง Naejang Terminal ตามข้อมูล VISITKOREA หากวางเป็น day trip ควรเช็กตารางรถไฟและรถบัสจริงของวันเดินทางก่อนจองกิจกรรมอื่นต่อท้าย เพราะช่วงใบไม้เปลี่ยนสีมีผู้เดินทางจำนวนมาก
พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีช่วยให้วางแผนได้ง่ายขึ้น แต่ธรรมชาติไม่ได้เปลี่ยนสีตามปฏิทินแบบเป๊ะ ๆ อุณหภูมิ ฝน และลมในช่วงก่อนเดินทางสามารถทำให้สีมาเร็ว ช้า หรือใบร่วงเร็วกว่าที่คาดได้
วิธีลดความเสี่ยงที่ดีที่สุดคือ อย่าผูกทั้งทริปกับจุดเดียว หากพักโซล ควรมีทั้งวันเที่ยวเมืองและวันออกธรรมชาติในแผน เช่น วันที่อากาศไม่เหมาะกับภูเขาอาจเปลี่ยนไปเที่ยวพระราชวังหรือสวนในเมือง ส่วนวันที่ท้องฟ้าเปิดจึงค่อยออก Bukhansan หรือเดินทางไกลขึ้น
ถ้ามีเป้าหมายเฉพาะอย่าง Seoraksan, Hwadam หรือ Hallasan ให้ตรวจประกาศการเปิดปิด สภาพอากาศ และข้อมูลล่าสุดของสถานที่ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง การขยับโปรแกรมเพียง 1 วันอาจช่วยได้มากกว่าการยึดวันพีคที่ประกาศล่วงหน้าหลายสัปดาห์
ช่วงตุลาคมพฤศจิกายนอุณหภูมิระหว่างกลางวัน กลางคืน และพื้นที่ภูเขาสามารถต่างกันมาก จึงควรเตรียมเสื้อผ้าแบบหลายชั้น เช่น เสื้อแขนยาวหรือเสื้อชั้นในบาง เสื้อสเวตเตอร์ และเสื้อคลุมกันลม แทนการพึ่งเสื้อหนาเพียงตัวเดียว
ถ้ามีโปรแกรมขึ้นภูเขา ควรเตรียมรองเท้าที่เกาะพื้นได้ดีและตรวจอากาศของพื้นที่นั้นโดยเฉพาะ เพราะอุณหภูมิและลมบนเขาไม่ควรใช้ค่าพยากรณ์ของใจกลางกรุงโซลแทน
สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางไทยที่เดินทางเข้าเกาหลีแบบยกเว้นวีซ่าเพื่อท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ หรือเข้าร่วมประชุม สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทยระบุใน FAQ ที่แก้ไขล่าสุดเมื่อ 28 มกราคม 2026 ว่าต้องได้รับอนุมัติ K-ETA ก่อนเดินทาง
K-ETA ที่อนุมัติแล้วมีอายุสูงสุด 3 ปี หรือจนถึงวันหมดอายุของหนังสือเดินทางหากพาสปอร์ตหมดอายุก่อน และเว็บไซต์ K-ETA ระบุว่าการพิจารณาโดยทั่วไปใช้เวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง แต่สามารถใช้เวลานานกว่านั้นได้ จึงไม่ควรรอสมัครจนชิดวันบิน
ส่วน e-Arrival Card ไม่ใช่เอกสารที่ต้องทำซ้ำกับ K-ETA ทุกคน เว็บไซต์ e-Arrival Card ของรัฐบาลเกาหลีระบุว่า ผู้ที่มี K-ETA ที่ยังใช้ได้ไม่ต้องยื่น e-Arrival Card ขณะที่ผู้ที่อยู่ในกลุ่มยกเว้น K-ETA หรือเข้าประเทศด้วยสถานะอื่นควรตรวจผ่าน e-Arrival Card Navigator ว่าตนเองอยู่ในกลุ่มที่ต้องยื่นหรือไม่
ถ้าต้องการจำแบบง่ายที่สุดสำหรับปี 2026:
การตามใบไม้เปลี่ยนสีให้ได้ภาพสวยไม่จำเป็นต้อง ทายวันพีคให้ถูกเป๊ะ สิ่งสำคัญกว่าคือเลือกภูมิภาคให้ตรงกับช่วงเวลา มีแผนสำรอง และตรวจสถานการณ์จริงก่อนออกเดินทาง เท่านี้ทริปก็ยืดหยุ่นและมีโอกาสเจอสีสันของฤดูใบไม้ร่วงได้มากขึ้น
หากคุณพร้อมเดินทางแล้ว ติดต่อ GTT Inter Travel ได้เลย เรามีแพ็กเกจทัวร์สุดพิเศษ หรือจะจัดกรุ๊ปทัวร์แบบส่วนตัว
โทร 098-483-0111
Facebook page : https://www.facebook.com/gttintertravel
Line ID: @gttintertravel