เที่ยวญี่ปุ่น 2026 มีอะไรเปลี่ยนบ้าง? รวมภาษี ที่พัก ช้อปปิ้ง Tax-Free และกฎใหม่

Last updated: 11 ก.ย. 2569  |  1494 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เที่ยวญี่ปุ่น 2026 มีอะไรเปลี่ยนบ้าง? รวมภาษี ที่พัก ช้อปปิ้ง Tax-Free และกฎใหม่

ญี่ปุ่นยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งในใจของนักท่องเที่ยวชาวไทยเสมอมา แต่หากคุณกำลังวางแผนเดินทางไปสัมผัสเสน่ห์แดนอาทิตย์อุทัยในปี 2026 นี้ โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีปลายปีไปจนถึงฤดูหนาว มีการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายครั้งใหญ่ระดับประเทศที่นักเดินทางทุกคน ต้องรู้ล่วงหน้า เพื่อไม่ให้แผนเที่ยวสะดุดและเสียสิทธิ์ทางการเงิน

ไฮไลต์สำคัญที่สุดคือ การปฏิรูประบบซื้อสินค้าปลอดภาษี (Tax-Free) ครั้งใหญ่ของญี่ปุ่น ที่เปลี่ยนจากการยกเว้นภาษีทันทีที่ร้านค้า มาเป็น ระบบขอคืนภาษีหลังการยืนยันการนำสินค้าออกนอกประเทศ (Tax Refund Method) ซึ่งเริ่มใช้กับรายการซื้อตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป รวมถึง ภาษีนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศ (International Tourist Tax หรือที่มักเรียกว่า Sayonara Tax) อัตรา 3,000 เยน ที่มีผลแล้ว ตลอดจนอัตราภาษีที่พักและมาตรการจัดการพื้นที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

ทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินทางของ GTT Inter Tour ได้รวบรวมและกลั่นกรองข้อมูลล่าสุดจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JTA) และกรมสรรพากรแห่งชาติญี่ปุ่น (NTA) สรุปเป็นคู่มือฉบับเข้าใจง่ายและนำไปใช้ปฏิบัติได้จริงสำหรับนักท่องเที่ยวไทยทุกคนครับ

สรุปภาพรวม: 6 เรื่องเปลี่ยนใหม่ในการเที่ยวญี่ปุ่น 2026

เพื่อให้เห็นภาพรวมอย่างรวดเร็วก่อนเจาะลึกแต่ละประเด็น นี่คือตารางสรุปสิ่งที่มีการปรับเปลี่ยน สถานะล่าสุด และผลกระทบต่อแผนการเดินทางของนักท่องเที่ยวไทย:

เรื่องที่เปลี่ยนสถานะและวันเริ่มบังคับใช้รายละเอียดโดยสรุปสิ่งที่นักท่องเที่ยวไทยต้องเตรียมตัว
1. ระบบซื้อสินค้า Tax-Freeเริ่ม 1 พ.ย. 2026 (สำหรับรายการซื้อตั้งแต่วันนี้)เปลี่ยนเป็นระบบ Tax Refund จ่ายราคาเต็มรวมภาษีก่อน จากนั้นยืนยันการนำสินค้าออกกับศุลกากรก่อนโหลดสัมภาระ แล้วรับเงินคืนตามช่องทางที่ร้านค้าหรือผู้ให้บริการกำหนดต้องสำรองเงินจ่ายภาษีหน้าร้าน และ ทำขั้นตอนผ่าน Tax-Free Procedure Terminal หรือ Visit Japan Web ในสนามบินที่รองรับ ก่อนโหลดสัมภาระใต้เครื่อง
2. บรรจุภัณฑ์สินค้าบริโภค (Consumables)เริ่ม 1 พ.ย. 2026ยกเลิกข้อกำหนดถุงซีลพิเศษ และยกเลิกเพดานซื้อสินค้าบริโภค 500,000 เยนแพ็กง่ายขึ้น แต่สินค้าที่ขอคืนภาษีต้องถูกนำออกจากญี่ปุ่นและต้องพร้อมแสดงหากศุลกากรเรียกตรวจ
3. ภาษีนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศ (Sayonara Tax)มีผลแล้วตั้งแต่ 1 ก.ค. 2026ปรับขึ้นเป็น 3,000 เยนต่อการเดินทางออก 1 ครั้ง (จากเดิม 1,000 เยน)โดยทั่วไปสายการบิน/เรือเรียกเก็บรวมกับค่าโดยสาร ส่วน สัญญาขนส่งบางประเภทที่ทำก่อน 1 ก.ค. 2026 ยังใช้อัตรา 1,000 เยนตามเงื่อนไขช่วงเปลี่ยนผ่าน
4. ภาษีที่พัก (Accommodation Tax)มีผลแล้วและปรับเพิ่มหลายพื้นที่โอซาก้าใช้อัตราใหม่ตั้งแต่ ก.ย. 2025, เกียวโตใช้อัตราใหม่ตั้งแต่ 1 มี.ค. 2026 (สูงสุด 10,000 เยน/คน/คืน) และซัปโปโร+ฮอกไกโดเริ่มเก็บรวม 3001,000 เยนตั้งแต่ 1 เม.ย. 2026ตรวจสอบเมืองและราคาที่พัก เพราะภาษีคิดต่อคนต่อคืนและอาจยังไม่รวมในราคาที่จอง
5. ค่าธรรมเนียมและการจำกัดคน (Overtourism)มีผลในฤดูกาล/พื้นที่ที่กำหนดYoshida Trail ปี 2026 เก็บค่าผ่านทาง 4,000 เยน และจำกัดผู้เดินทางผ่านประตู 4,000 คน/วัน (ไม่นับผู้พักกระท่อมบนภูเขาตามเงื่อนไขทางการ) ส่วนกิออนเน้นห้ามบุกรุกพื้นที่ส่วนบุคคล ติดตาม/สัมผัส/ถ่ายเกอิโกะหรือไมโกะโดยไม่ได้รับอนุญาตตรวจข้อมูลฤดูกาลปีนเขาและกฎพื้นที่ล่าสุดก่อนเดินทาง การจอง Yoshida Trail ล่วงหน้าเป็นสิ่งที่แนะนำ แต่มีการจองวันเดียวกันได้ตามระบบ
6. การเดินทางด้วยรถไฟและบัตร IC Cardอัปเดตต่อเนื่องในปี 2026Suica/PASMO แบบไม่ระบุชื่อกลับมาจำหน่ายแล้วตั้งแต่ 1 มี.ค. 2025; ผู้ใช้ iPhone มี Welcome Suica Mobile เป็นอีกทางเลือก และกระเป๋า 160250 ซม. บน Tokaido-Sanyo-Kyushu Shinkansen ต้องจองพื้นที่ Oversized Baggageเลือกบัตรจริงหรือมือถือให้เหมาะกับอุปกรณ์ และจองพื้นที่กระเป๋าขนาดใหญ่ล่วงหน้าหากเข้าเกณฑ์

เจาะลึก Tax-Free ญี่ปุ่น 2026: ระบบใหม่ Tax Refund เปลี่ยนอย่างไร?

สำหรับนักเดินทางชาวไทยที่ชื่นชอบการช้อปปิ้ง ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขนม เครื่องสำอาง สกินแคร์ ยา เสื้อผ้า หรือสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ การเปลี่ยนแปลงในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 ถือเป็นเรื่องที่ส่งผลต่อพฤติกรรมและขั้นตอนการเดินทางมากที่สุด

ระบบเดิม (ก่อน 1 พ.ย. 2026) vs ระบบใหม่ (ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2026)

  • ระบบเดิม (Tax-Free Shopping): เมื่อซื้อสินค้าครบ 5,000 เยนขึ้นไป (ไม่รวมภาษี) ในร้านค้าปลอดภาษี เพียงแสดงหนังสือเดินทาง ร้านค้าจะหักภาษีการบริโภค (Consumption Tax) 8% หรือ 10% ออกให้ทันที ณ จุดชำระเงิน คุณจ่ายเฉพาะราคาสินค้าปลอดภาษี แล้วถือสินค้ากลับได้เลยโดยแทบไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติมที่สนามบิน
  • ระบบใหม่ (Tax Refund Method): เมื่อซื้อสินค้าที่ร้านค้าปลอดภาษี คุณจะต้องชำระราคาเต็มจำนวนที่รวมภาษีบริโภคไปก่อนทั้งหมด จากนั้นร้านค้าจะส่งข้อมูลการซื้อเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากรญี่ปุ่น (NTA) เมื่อคุณเดินทางกลับถึงสนามบินหรือท่าเรือ คุณจะต้องนำหนังสือเดินทางและสินค้าทั้งหมดไปผ่านการยืนยันทางศุลกากรก่อน จึงจะได้รับเงินภาษีคืนในภายหลัง

ตารางเปรียบเทียบข้อแตกต่างเชิงปฏิบัติการ

หัวข้อการพิจารณาระบบเดิม (ซื้อก่อน 1 พ.ย. 2026)ระบบใหม่ (ซื้อตั้งแต่ 1 พ.ย. 2026 เป็นต้นไป)สิ่งที่นักช้อปต้องปรับตัว
ราคาที่ต้องจ่ายหน้าร้านจ่ายราคาสุทธิที่หักภาษีแล้วทันทีจ่ายราคาเต็ม (ราคารวมภาษี 10% หรือ 8%)ต้องเตรียมวงเงินบัตรเครดิตหรือเงินสดสำรองจ่ายเพิ่ม 810% ณ หน้าร้าน
จุดดำเนินการศุลกากรร้านค้าส่งข้อมูลออนไลน์ ศุลกากรอาจตรวจเมื่อเดินทางออกต้องยืนยันการนำสินค้าออกก่อนโหลดสัมภาระ ผ่าน Tax-Free Procedure Terminal หรือใช้ Visit Japan Web แทนในสนามบินที่รองรับเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนศุลกากรเพิ่มเติม โดยเฉพาะผู้ที่มีสินค้าหลายรายการหรืออาจถูกเรียกตรวจ
การโหลดกระเป๋าเดินทางโหลดสัมภาระใต้เครื่องได้ตามปกติหากมีสินค้า Tax-Free ในกระเป๋าที่จะโหลด ต้อง ทำขั้นตอนยืนยันการนำสินค้าออกกับศุลกากรให้เสร็จก่อนโหลดสัมภาระจัดกระเป๋าให้หยิบสินค้าออกมาแสดงได้หากระบบเรียกตรวจ
การบรรจุถุงซีล (Consumables)มีข้อกำหนดบรรจุภัณฑ์พิเศษสำหรับสินค้าบริโภคยกเลิกการบังคับใช้ถุงซีลพิเศษจัดกระเป๋าได้ยืดหยุ่นขึ้น แต่สินค้าที่ขอคืนภาษีต้องถูกนำออกจากญี่ปุ่นและพร้อมให้ตรวจ
เพดานยอดซื้อสินค้าบริโภคจำกัดไม่เกิน 500,000 เยน/ร้าน/วันยกเลิกเพดาน 500,000 เยน รวมยอดกับสินค้าทั่วไปได้ช้อปสินค้ามูลค่าสูงได้ยืดหยุ่นขึ้น โดยยอดขั้นต่ำยังคงอยู่ที่ 5,000 เยน
การรับเงินภาษีคืนหักส่วนลดไปแล้วตั้งแต่ซื้อรับเงินคืนหลังศุลกากรยืนยันการนำสินค้าออกช่องทางและระยะเวลาคืนเงินขึ้นอยู่กับร้านค้าหรือผู้ให้บริการคืนเงินที่ร้านใช้

คู่มือ 4 ขั้นตอนการทำ Tax Refund ที่สนามบินสำหรับนักท่องเที่ยวไทย

เพื่อให้การเดินทางกลับราบรื่น ไม่ตกเครื่อง และไม่เสียสิทธิ์เงินคืนภาษี นี่คือลำดับขั้นตอนที่คุณต้องปฏิบัติจริงตั้งแต่หน้าร้านจนถึงวันเดินทางออกจากญี่ปุ่น:

สรุป Workflow Tax Refund 4 ขั้นตอน

  1. ช้อปปิ้งที่ร้าน Tax-Free: ซื้อครบ 5,000 เยนขึ้นไป (ไม่รวมภาษี) และจ่ายราคาเต็มรวมภาษี
  2. จัดสัมภาระ: แยกสินค้า Tax-Free ให้อยู่ในตำแหน่งที่หยิบตรวจได้ง่าย
  3. ก่อนโหลดกระเป๋า: ยืนยันการนำสินค้าออกผ่าน Tax-Free Procedure Terminal หรือ Visit Japan Web ในสนามบินที่รองรับ หากได้ Green ให้ไปเช็กอินได้ หากได้ Red ให้นำสินค้าไปตรวจศุลกากรก่อน
  4. รับเงินคืน: รับคืนตามช่องทางที่ร้านค้าหรือผู้ให้บริการคืนเงินกำหนด

สเต็ป 1: ช้อปปิ้งและรับเอกสารที่ร้านค้าปลอดภาษี

  1. สังเกตป้ายสัญลักษณ์ Japan. Tax-free Shop หน้าร้านหรือแผนกคิดเงิน
  2. ซื้อสินค้าตั้งแต่ 5,000 เยนขึ้นไป (ราคาก่อนรวมภาษี) ต่อร้าน ต่อวัน
  3. แสดงหนังสือเดินทางตัวจริง (หรือ QR Code ข้อมูลคนเข้าเมืองจาก Visit Japan Web หากร้านค้ารองรับ)
  4. ชำระค่าสินค้าในราคาเต็มรวมภาษีบริโภค ร้านค้าจะออกใบเสร็จรับเงิน และบันทึกข้อมูลการซื้อเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของรัฐบาลญี่ปุ่น
  5. สอบถามพนักงานร้านให้ชัดเจนว่า ช่องทางการคืนเงินภาษี (Refund Channel) เป็นแบบใด เช่น คืนเข้าบัตร/บัญชี หรือผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ให้บริการ และมีค่าธรรมเนียมหรือระยะเวลาดำเนินการอย่างไร

สเต็ป 2: จัดสัมภาระและแก้ปัญหา "ของเหลวเกิน 100 ml"

หัวใจสำคัญของระบบ Tax Refund คือ สินค้าที่ขอคืนภาษีต้องยังอยู่กับผู้เดินทางและพร้อมให้ศุลกากรตรวจเมื่อเดินทางออกจากญี่ปุ่น จึงเกิดคำถามสำคัญว่า ถ้าซื้อของเหลว เช่น โลชั่น ครีม น้ำหอม หรือสาเกขวดใหญ่ ซึ่งอาจไม่ผ่านข้อจำกัดของเหลวในสัมภาระถือขึ้นเครื่อง จะทำอย่างไร?

แนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง:

  • แพ็กของเหลวหรือสินค้าที่ตั้งใจจะโหลดใต้เครื่องไว้ในกระเป๋าใบที่จะเช็กอิน โดยวางในตำแหน่งที่เปิดหยิบได้ง่ายหากศุลกากรเรียกตรวจ
  • นำกระเป๋าใบนั้นไปทำขั้นตอน Tax-Free ก่อนเช็กอินสัมภาระ ผ่าน Tax-Free Procedure Terminal หรือ Visit Japan Web ในสนามบินที่รองรับ
  • หากได้ ผลสีเขียว (Green Result): ขั้นตอนศุลกากรเสร็จสมบูรณ์ สามารถนำกระเป๋าไปเช็กอินและโหลดใต้เครื่องได้
  • หากได้ ผลสีแดง (Red Result): ให้นำกระเป๋าและสินค้าตามที่ระบบแจ้งไปยังจุดตรวจศุลกากร เปิดสินค้าให้เจ้าหน้าที่ตรวจตามคำสั่ง เมื่อศุลกากรยืนยันผลในระบบแล้วจึงค่อยนำกระเป๋าไปเช็กอินกับสายการบิน
สำคัญ: กฎเหล็กที่ต้องจำ: หากสินค้า Tax-Free อยู่ในกระเป๋าที่จะโหลดใต้เครื่อง ให้ทำขั้นตอนยืนยันการนำสินค้าออกกับศุลกากร ก่อนโหลดกระเป๋า เพราะเมื่อเช็กอินสัมภาระไปแล้ว อาจไม่สามารถนำสินค้ากลับมาแสดงเมื่อต้องตรวจได้ และรายการที่ตรวจยืนยันไม่ได้อาจหมดสิทธิ์รับเงินคืน

สเต็ป 3: ยืนยันการนำสินค้าออกก่อนโหลดกระเป๋า

เมื่อเดินทางมาถึงโถงผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ก่อนโหลดสัมภาระใต้เครื่อง:

  1. ทำขั้นตอนผ่าน Tax-Free Procedure Terminal หรือใช้ Visit Japan Web แทนในสนามบินที่รองรับ
  2. หากใช้ Terminal ให้นำหนังสือเดินทางตัวจริงมาสแกนตามคำแนะนำบนเครื่อง
  3. ระบบจะตรวจข้อมูลรายการซื้อและแจ้งผลการยืนยัน เช่น:
    • ผลลัพธ์สีเขียว (Green Result): การยืนยันศุลกากรเสร็จสมบูรณ์โดยไม่ต้องตรวจสินค้า คุณสามารถนำสัมภาระทั้งหมดไปเช็กอินและโหลดใต้เครื่องได้ทันที
    • ผลลัพธ์สีแดง (Red Result): ต้องนำสินค้าที่เกี่ยวข้องและหนังสือเดินทางไปยังจุดตรวจศุลกากรตามคำแนะนำของระบบ พร้อมแสดงเอกสารหรือข้อมูลเพิ่มเติมหากเจ้าหน้าที่ร้องขอ

สเต็ป 4: รับเงินภาษีคืน (Refund Payout Mechanics)

หลายคนมักเข้าใจผิดว่าศุลกากรที่สนามบินเป็นผู้จ่ายเงินคืน แต่ในระบบใหม่ ศุลกากรมีหน้าที่ตรวจและยืนยันว่ามีการนำสินค้าออกจากญี่ปุ่น ส่วนการคืนเงินเป็นหน้าที่ของร้านค้าปลอดภาษีหรือผู้ให้บริการคืนเงินที่ร้านค้าใช้:

  • ช่องทางคืนเงิน: อาจเป็นบัตรเครดิต/เดบิต บัญชี หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นตามที่ร้านค้ากำหนด และบางกรณีอาจมีช่องทางรับเงินสดหากผู้ให้บริการรองรับ
  • ระยะเวลาและค่าธรรมเนียม: ไม่มีระยะเวลามาตรฐานเดียวสำหรับทุกร้าน จึงควรตรวจเงื่อนไขตั้งแต่ตอนซื้อสินค้า เพราะระยะเวลาคืนเงินและค่าธรรมเนียมขึ้นอยู่กับร้านค้า/ผู้ให้บริการ

การใช้ Visit Japan Web ทำ Tax Refund ที่ 7 สนามบินหลัก

ที่สนามบินหลักบางแห่ง นักเดินทางสามารถใช้ Visit Japan Web (VJW) ผ่านสมาร์ทโฟนแทนการใช้ Tax-Free Procedure Terminal ได้ โดยต้องอยู่ในพื้นที่โถงผู้โดยสารขาออกที่รองรับและเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สายที่กำหนดสำหรับขั้นตอนนี้:

  • สนามบินที่รองรับ 7 แห่ง:
    1. ท่าอากาศยานนานาชาตินาริตะ (Narita Airport - NRT)
    2. ท่าอากาศยานนานาชาติฮาเนดะ (Haneda Airport - HND)
    3. ท่าอากาศยานนานาชาติคันไซ (Kansai Airport - KIX)
    4. ท่าอากาศยานนานาชาติชูบุเซ็นแทรร์ (Chubu Centrair Airport - NGO)
    5. ท่าอากาศยานฟุกุโอกะ (Fukuoka Airport - FUK)
    6. ท่าอากาศยานนิวชิโตเสะ ฮอกไกโด (New Chitose Airport - CTS)
    7. ท่าอากาศยานนาฮะ โอกินาว่า (Naha Airport - OKA)
  • วิธีใช้งาน: เมื่ออยู่ในพื้นที่ที่กำหนด ให้เชื่อมต่อ Wi-Fi สำหรับขั้นตอน Tax-Free แล้วเปิดบริการ Visit Japan Web เพื่อดำเนินการยืนยันตามหน้าจอ ก่อนโหลดสัมภาระและก่อนผ่านจุดตรวจความปลอดภัย หากระบบแจ้งให้ตรวจสินค้า ต้องไปยังจุดศุลกากรตามคำแนะนำ

4 กฎเหล็กที่ขาช้อปต้องระวัง เพื่อไม่ให้ชวดเงินคืนภาษี

นอกเหนือจากขั้นตอนข้างต้น รัฐบาลญี่ปุ่นและ NTA ได้กำหนดกฎระเบียบที่เข้มงวดเพื่อป้องกันการทุจริตและการนำสินค้าปลอดภาษีไปขายต่อในประเทศ ซึ่งนักท่องเที่ยวไทยต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ:

1. กฎความสมบูรณ์ของใบเสร็จ (The Receipt-Level Rule)

การตรวจสอบของศุลกากรจะทำเป็น รายธุรกรรมตามใบเสร็จ (Per Purchase Transaction) หากในใบเสร็จใบหนึ่งมีรายการสินค้า 10 รายการ แต่เมื่อถึงเวลาตรวจสอบ คุณทำของหายไป 1 ชิ้น หรือมอบให้เพื่อนที่บินคนละไฟล์ทไป สินค้าทั้ง 10 ชิ้นในใบเสร็จนั้นจะถูกตัดสิทธิ์ไม่สามารถขอคืนภาษีได้ทั้งใบ! ไม่สามารถขอคืนเฉพาะ 9 ชิ้นที่เหลือได้

2. ยกเลิกถุงซีล แต่สินค้าต้องถูกนำออกจากญี่ปุ่น

ระบบใหม่ยกเลิกข้อกำหนดบรรจุสินค้าบริโภคในถุงซีลพิเศษ ทำให้จัดกระเป๋าได้สะดวกขึ้น อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขสำคัญคือสินค้าที่จะขอคืนภาษีต้องถูกนำออกจากญี่ปุ่นและต้องพร้อมให้ศุลกากรตรวจ หากสินค้าถูกบริโภค ใช้จนหมด สูญหาย หรือไม่สามารถนำมาแสดงในรายการที่ถูกเรียกตรวจ อาจทำให้รายการซื้อดังกล่าวไม่ผ่านการยืนยันและไม่ได้รับเงินคืน

3. กฎระยะเวลานำสินค้าออกนอกประเทศ 90 วัน

สินค้าปลอดภาษีที่ซื้อภายใต้ระบบ Tax Refund จะต้องถูกนำออกนอกประเทศญี่ปุ่น ภายใน 90 วันนับจากวันที่ซื้อ หากคุณพำนักในญี่ปุ่นระยะยาว หรือนำใบเสร็จที่ซื้อเกิน 90 วันมาทำเรื่อง จะไม่สามารถขอรับเงินภาษีคืนได้

4. ผู้เดินทางต่อเครื่องภายในประเทศ (Domestic Transit)

หากคุณเดินทางท่องเที่ยวข้ามเมือง เช่น ช้อปปิ้งที่ซัปโปโร (ฮอกไกโด) แล้วนั่งเครื่องบินภายในประเทศมาต่อเครื่องบินระหว่างประเทศที่โตเกียว (ฮาเนดะหรือนาริตะ) เพื่อบินกลับกรุงเทพฯ:

  • คุณต้องทำขั้นตอน Tax Refund ที่ สนามบินสุดท้ายที่เดินทางออกจากญี่ปุ่น เท่านั้น (ในกรณีนี้คือที่ฮาเนดะหรือนาริตะ)
  • หากต่อเครื่องจากเที่ยวบินภายในประเทศ ควรตรวจสอบกับสายการบินเรื่องการโหลดกระเป๋าแบบ Check-through ล่วงหน้า เพราะขั้นตอน Tax Refund ต้องทำที่สนามบินที่คุณเดินทางออกจากญี่ปุ่น และสินค้าที่ถูกเรียกตรวจต้องสามารถนำมาแสดงต่อศุลกากรได้

ภาษีนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศ 2026: อัปเดต Sayonara Tax 3,000 เยน

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากมักสับสนคือ International Tourist Tax (ภาษีนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศ หรือ Sayonara Tax) ซึ่งปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนแล้วตามประกาศของ National Tax Agency (NTA):

สถานะล่าสุดและอัตราภาษี 3,000 เยน

  • อัตราภาษีใหม่: ปรับเพิ่มเป็น 3,000 เยนต่อคนต่อครั้ง จากเดิม 1,000 เยน
  • วันเริ่มมีผลบังคับใช้: มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป
  • วิธีการจัดเก็บ: โดยทั่วไปสายการบินหรือผู้ให้บริการเรือระหว่างประเทศจะเรียกเก็บร่วมกับค่าโดยสารและนำส่งรัฐบาล ผู้โดยสารทั่วไปจึงไม่ต้องไปต่อคิวจ่ายแยกที่สนามบิน
  • เงื่อนไขช่วงเปลี่ยนผ่าน: การเดินทางออกหลัง 1 กรกฎาคม 2026 ภายใต้ สัญญาขนส่งบางประเภทที่ทำไว้ก่อนวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 อาจยังใช้อัตราเดิม 1,000 เยนตามเงื่อนไขของกฎหมาย จึงไม่ควรเหมารวมว่าตั๋วทุกใบที่ซื้อก่อนวันดังกล่าวจะได้อัตราเดิม

ตัวอย่างผู้ที่ได้รับการยกเว้นภาษี Sayonara Tax

  1. เด็กเล็กที่มีอายุ ต่ำกว่า 2 ขวบ
  2. ผู้โดยสารที่แวะต่อเครื่อง (Transit Passenger) ที่เดินทางออกจากญี่ปุ่น ภายใน 24 ชั่วโมง นับจากเวลาที่เดินทางเข้ามา
  3. เจ้าหน้าที่ประจำอากาศยานและเรือเดินสมุทร
  4. ผู้ที่ต้องเดินทางออกจากญี่ปุ่นเนื่องจากเหตุสุดวิสัยทางสภาพอากาศหรือลงจอดฉุกเฉิน
หมายเหตุ: ความแตกต่างที่ต้องแยกให้ออก:
  • ภาษี Sayonara Tax (3,000 เยน): เป็นภาษีขาออกของรัฐบาลกลาง เรียกเก็บรวมในตั๋วเครื่องบินแล้ว ไม่สามารถขอคืนได้
  • ภาษีบริโภค Tax-Free (8% - 10%): เป็นภาษีจากการซื้อสินค้าในร้านค้า ภายใต้ระบบใหม่ต้องผ่านการยืนยันการนำสินค้าออกก่อน จากนั้นร้านค้าหรือผู้ให้บริการจึงคืนเงินตามช่องทางที่กำหนด

ภาษีที่พักญี่ปุ่น 2026: เมืองยอดนิยมไหนต้องจ่ายเพิ่มเท่าไร?

เพื่อนำรายได้ไปพัฒนาสาธารณูปโภคและจัดการความสะอาดในเมืองท่องเที่ยว หลายจังหวัดและเขตเทศบาลในญี่ปุ่นได้ประกาศปรับขึ้นอัตราภาษีที่พัก (Accommodation Tax) ซึ่งส่วนใหญ่จะคิดเป็น "อัตราต่อคน ต่อคืน" ตามระดับราคาห้องพัก:

เมือง / จังหวัดอัตราภาษีที่พัก (ต่อคน / ต่อคืน)เกณฑ์ราคาห้องพักสถานะและการบังคับใช้
โตเกียว (Tokyo)ไม่เก็บ
100 เยน
200 เยน
ต่ำกว่า 10,000 เยน
10,000 - 14,999 เยน
15,000 เยนขึ้นไป
บังคับใช้ตามปกติ
โอซาก้า (Osaka)ไม่เก็บ
200 เยน
400 เยน
500 เยน
ต่ำกว่า 5,000 เยน
5,000 - 14,999 เยน
15,000 - 19,999 เยน
20,000 เยนขึ้นไป
ใช้อัตรานี้ตั้งแต่ 1 ก.ย. 2025
เกียวโต (Kyoto)200 เยน
400 เยน
1,000 เยน
4,000 เยน
10,000 เยน
ต่ำกว่า 6,000 เยน
6,000 - 19,999 เยน
20,000 - 49,999 เยน
50,000 - 99,999 เยน
100,000 เยนขึ้นไป
ใช้อัตราใหม่ตั้งแต่ 1 มี.ค. 2026
ฟุกุโอกะ (Fukuoka)200 เยน
500 เยน
ต่ำกว่า 20,000 เยน (ภาษีเมือง 150 + ภาษีจังหวัด 50)
20,000 เยนขึ้นไป (ภาษีเมือง 450 + ภาษีจังหวัด 50)
บังคับใช้ตามปกติ
ซัปโปโร / ฮอกไกโด (Sapporo + Hokkaido)300 เยน
400 เยน
1,000 เยน
ต่ำกว่า 20,000 เยน
20,000 - 49,999 เยน
50,000 เยนขึ้นไป
เป็นยอดรวมภาษีเมืองซัปโปโร + ภาษีฮอกไกโด เริ่ม 1 เม.ย. 2026

ข้อแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวไทย:
เมื่อจองโรงแรมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Agoda, Booking หรือเว็บโรงแรมโดยตรง ให้ตรวจสอบในหน้ารายละเอียดการชำระเงินว่า "รวมภาษีท้องถิ่น (City/Accommodation Tax) แล้วหรือไม่" หากในใบยืนยันระบุว่ายังไม่รวม โรงแรมจะขอเรียกเก็บเป็นเงินสดหรือบัตรเครดิตแยกต่างหากในวันเช็กอิน

กฎระเบียบใหม่จัดการ Overtourism และการเดินทางในญี่ปุ่น

เพื่อให้การท่องเที่ยวควบคู่ไปกับความยั่งยืนและความสงบสุขของชุมชนท้องถิ่น ทางการญี่ปุ่นได้บังคับใช้กฎระเบียบเฉพาะพื้นที่เพิ่มเติมในปี 2026:

1. ภูเขาไฟฟูจิ (Mount Fuji - เส้นทางโยชิดะ ฝั่งยามานาชิ)

  • ค่าผ่านทางฤดูกาล 2026: 4,000 เยนต่อคนต่อครั้ง
  • จำนวนผู้ผ่านประตู: จำกัด 4,000 คนต่อวัน โดยเงื่อนไขทางการระบุว่าไม่นับผู้ที่พักกระท่อมบนภูเขา (mountain hut guests)
  • เวลา Gate Closure: ปิดประตูเวลา 14:00-03:00 น. สำหรับผู้ที่ไม่มีการพักค้างบนภูเขา
  • การจอง: ทางจังหวัด แนะนำให้จองล่วงหน้า แต่ระบบรองรับการจองวันเดียวกันได้ จึงไม่ควรเขียนว่าเป็นข้อบังคับว่าต้องจองออนไลน์ล่วงหน้าทุกคน
  • อุปกรณ์: มีการตรวจอุปกรณ์สำคัญที่สถานีที่ 5 เช่น เสื้อกันหนาว ชุดกันฝนแบบแยกชิ้น และรองเท้าที่เหมาะกับการปีนเขา

2. ย่านกิออน เกียวโต (Gion District)

  • เคารพพื้นที่ส่วนบุคคล: ห้ามบุกรุกบ้าน วัด ศาลเจ้า หรือพื้นที่ส่วนบุคคลที่ไม่ได้เปิดให้เข้าชม และควรปฏิบัติตามป้ายห้ามถ่ายภาพในพื้นที่ที่กำหนด
  • เกอิโกะและไมโกะ: ไม่ควรหยุด ติดตาม สัมผัส หรือถ่ายภาพ/วิดีโอโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่ควรกีดขวางถนนหรือทางเท้า
  • บทลงโทษขึ้นอยู่กับการกระทำ: ไม่ได้มีค่าปรับ 10,000 เยนแบบเดียวทุกกรณี เช่น การขัดขวางทางเดินหรือติดตามผู้อื่นอาจมีโทษกักขังหรือปรับต่ำกว่า 10,000 เยน ขณะที่การบุกรุกพื้นที่ส่วนบุคคลหรือพฤติกรรมอื่นอาจมีโทษสูงกว่านั้นตามกฎหมาย

3. รถไฟ JR Pass, บัตร IC Card และกระเป๋า Shinkansen

  • JAPAN RAIL PASS แบบทั่วประเทศ: ควรคำนวณค่าโดยสารเที่ยวต่อเที่ยวก่อนซื้อ ไม่ควรเหมารวมว่าคุ้มหรือไม่คุ้มสำหรับทุกเส้นทาง โดยเฉพาะผู้ซื้อ Exchange Order ผ่านตัวแทนต่างประเทศ ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2026 ราคาผู้ใหญ่ Ordinary Class จะเป็น 53,000 เยน (7 วัน), 84,000 เยน (14 วัน) และ 105,000 เยน (21 วัน) ตามประกาศทางการ
  • บัตร IC Card (Suica / PASMO): บัตร Suica/PASMO แบบไม่ระบุชื่อกลับมาจำหน่ายแล้วตั้งแต่ 1 มี.ค. 2025 จึงสามารถเลือกใช้บัตรจริงได้ตามจุดจำหน่ายที่รองรับ สำหรับผู้ใช้ iPhone มี Welcome Suica Mobile ซึ่งเป็นแอป iOS สำหรับออกและเติมเงิน Suica โดยเติมเงินด้วยบัตรที่ลงทะเบียนกับ Apple Pay ได้
  • การจองที่วางกระเป๋าขนาดใหญ่บน Shinkansen: สำหรับผู้เดินทางเส้นทางสายยอดนิยม Tokaido-Sanyo-Kyushu Shinkansen (โตเกียว - นาโกย่า - เกียวโต - โอซาก้า) หากมีกระเป๋าเดินทางขนาดผลรวม กว้าง+ยาว+สูง เกิน 160 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 250 เซนติเมตร ต้องจองที่นั่งพร้อมสิทธิ์วางกระเป๋าขนาดใหญ่ล่วงหน้า หากนำขึ้นไปโดยไม่จองจะมีค่าธรรมเนียมสัมภาระ 1,000 เยน และต้องย้ายสัมภาระไปไว้ตามที่เจ้าหน้าที่กำหนด

วางแผนงบประมาณเที่ยวญี่ปุ่น 2026: ต้องเตรียมเงินเพิ่มเท่าไร?

เพื่อช่วยตั้งงบ นี่คือตัวอย่างช่วงค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มต่อคนสำหรับทริป 7 วัน 6 คืน โดยเป็นเพียงกรอบประมาณการ เพราะภาษีที่พักแตกต่างกันมากตามเมืองและราคาห้อง:

รายการค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มสายประหยัด (Budget)สายเที่ยวสบาย (Standard)สายช้อปปิ้ง / ครอบครัว (Premium)
ภาษีนักท่องเที่ยวขาออก (Sayonara Tax)3,000 เยน3,000 เยน3,000 เยน
ภาษีที่พัก (6 คืน)ประมาณ 0 - 1,800 เยนประมาณ 1,200 - 6,000 เยนประมาณ 3,000 - 60,000 เยนขึ้นไป*
ค่าธรรมเนียมพื้นที่ท่องเที่ยว (ตัวอย่าง Yoshida Trail)0 - 4,000 เยน0 - 4,000 เยน0 - 4,000 เยน
เงินสำรองภาษีช้อปปิ้งหน้าร้าน (ได้รับคืนภายหลังเมื่อผ่านเงื่อนไข)2,000 - 5,000 เยน5,000 - 15,000 เยน20,000 - 50,000 เยนขึ้นไป
รวมงบค่าธรรมเนียมสุทธิที่จ่ายจริงโดยประมาณ (ไม่รวมช้อปปิ้ง)3,000 - 8,800 เยน4,200 - 13,000 เยน6,000 - 67,000 เยนขึ้นไป *

หมายเหตุ: ตารางนี้เป็นตัวอย่างเพื่อช่วยตั้งงบ ไม่ใช่อัตราเหมาจ่ายสำหรับทุกทริป ภาษีที่พักขึ้นอยู่กับเมืองและราคาห้องอย่างมาก โดยเกียวโตตั้งแต่ 1 มี.ค. 2026 อาจสูงถึง 10,000 เยนต่อคนต่อคืนสำหรับที่พักราคา 100,000 เยนขึ้นไป ส่วนผู้ที่เข้าเงื่อนไขสัญญาขนส่งช่วงเปลี่ยนผ่านของ International Tourist Tax อาจยังเสีย 1,000 เยนแทน 3,000 เยน

เช็กลิสต์ก่อนออกเดินทางเที่ยวญี่ปุ่น 2026

เพื่อความมั่นใจในทุกทริป เซฟเช็กลิสต์นี้ไว้ตรวจความพร้อมก่อนเดินทางได้เลยครับ:

  • หนังสือเดินทาง (Passport): ต้องเป็นหนังสือเดินทางที่ยังมีอายุใช้งานในวันที่เดินทางเข้าญี่ปุ่น ญี่ปุ่นไม่ได้กำหนดว่าต้องเหลืออายุอย่างน้อย 6 เดือน แต่ควรตรวจเงื่อนไขของสายการบินและประเทศที่แวะต่อเครื่องเพิ่มเติม
  • การลงทะเบียน Visit Japan Web: กรอกข้อมูลตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากร และเตรียมระบบเชื่อมต่อ Tax Refund สำหรับสนามบินหลัก
  • วงเงินบัตรเครดิตและเงินสดสำรอง: เตรียมวงเงินสำหรับสำรองจ่ายค่าภาษีสินค้าหน้าร้าน 810%
  • การจองที่พัก: ตรวจสอบใบจองโรงแรมว่าระบุรวมภาษีที่พัก (Accommodation Tax) ไว้หรือยัง
  • การเดินทางและกระเป๋าเดินทาง: ผูกบัตรแตะเดินทางดิจิทัลล่วงหน้า และจองที่นั่งสัมภาระขนาดใหญ่หากใช้ชินคันเซ็น
  • การจัดสัมภาระวันกลับ: จัดสินค้าช้อปปิ้งไว้ในตำแหน่งที่หยิบสะดวก และเผื่อเวลาเพิ่มเติมสำหรับขั้นตอน Tax Refund ก่อนโหลดสัมภาระ โดยเฉพาะช่วงคนหนาแน่นหรือผู้ที่มีสินค้าหลายรายการ โดย GTT แนะนำให้มาถึงสนามบินประมาณ 3.54 ชั่วโมงล่วงหน้าเพื่อเผื่อเวลา (เป็นคำแนะนำเพื่อการวางแผน ไม่ใช่เวลาขั้นต่ำที่รัฐบาลญี่ปุ่นกำหนด)

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้