เที่ยวญี่ปุ่น 2026 มีอะไรเปลี่ยนบ้าง? รวมภาษี ที่พัก ช้อปปิ้ง Tax-Free และกฎใหม่

Last updated: 12 พ.ค. 2569  |  15 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เที่ยวญี่ปุ่น 2026 มีอะไรเปลี่ยนบ้าง? รวมภาษี ที่พัก ช้อปปิ้ง Tax-Free และกฎใหม่

ญี่ปุ่นยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับต้นๆ ของคนไทยเสมอมา แต่สำหรับใครที่กำลังวางแผนจะไปเยือนแดนอาทิตย์อุทัยในปี 2026 นี้ มีเรื่องสำคัญที่คุณต้องรู้และเตรียมตัวให้พร้อม เพราะญี่ปุ่นกำลังมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ทั้งเรื่องภาษี ระบบ Tax-Free ที่พัก ไปจนถึงกฎระเบียบใหม่ๆ ในการท่องเที่ยวบางพื้นที่ เพื่อให้การเดินทางของคุณราบรื่นและไม่สะดุด เราได้รวบรวมข้อมูลอัปเดตล่าสุดที่จำเป็นสำหรับนักท่องเที่ยวไทยทุกคนมาไว้ที่นี่แล้วครับ

เรื่องที่เปลี่ยนรายละเอียดโดยย่อเริ่มเมื่อไร / สถานะกระทบใครนักท่องเที่ยวไทยควรทำอย่างไร
ระบบ Tax-Freeเปลี่ยนเป็นระบบ Tax Refund (จ่ายเต็มแล้วขอคืน)1 พ.ย. 2026นักท่องเที่ยวทุกคนที่ต้องการช้อปปลอดภาษีเตรียมเอกสารให้พร้อม เผื่อเวลาทำเรื่องคืนภาษีที่สนามบิน
ภาษีที่พักหลายเมืองปรับขึ้นอัตราภาษีที่พักมี.ค. - เม.ย. 2026 (แล้วแต่เมือง)นักท่องเที่ยวที่เข้าพักในเมืองใหญ่ตรวจสอบอัตราภาษีของเมืองที่จะไป และเผื่องบประมาณเพิ่ม
มาตรการ Overtourismบางพื้นที่จำกัดการเข้าถึง/เก็บค่าธรรมเนียมมี.ค. - ก.ค. 2026 (แล้วแต่พื้นที่)นักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าชมพื้นที่ยอดนิยมศึกษาและปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด จองล่วงหน้าหากจำเป็น
JR Passปรับราคาขึ้นไปแล้วต.ค. 2023นักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยรถไฟ JR ทั่วประเทศคำนวณความคุ้มค่าก่อนซื้อ อาจไม่คุ้มเท่าเดิมสำหรับบางทริป

Tax-Free ญี่ปุ่น 2026 เปลี่ยนอย่างไร?

ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป ระบบการซื้อสินค้าปลอดภาษี (Tax-Free) สำหรับนักท่องเที่ยวในญี่ปุ่นจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากเดิมที่เคยซื้อสินค้าได้ในราคาปลอดภาษีทันที จะเปลี่ยนเป็น ระบบ Tax Refund หรือการจ่ายเงินเต็มจำนวนไปก่อน แล้วจึงไปทำเรื่องขอคืนภาษีในภายหลังที่สนามบินหรือท่าเรือก่อนเดินทางกลับประเทศ

ระบบ Tax-Free เดิมเป็นอย่างไร

ภายใต้ระบบเดิมที่ใช้มาจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2026 นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีสิทธิ์สามารถซื้อสินค้าที่ร้านค้าปลอดภาษีได้โดยไม่ต้องจ่ายภาษีบริโภค (Consumption Tax) ณ จุดซื้อ ทำให้ได้สินค้าราคาที่ยังไม่รวมภาษีทันที ซึ่งสะดวกและรวดเร็ว

ระบบใหม่แบบ Tax Refund คืออะไร

สำหรับสินค้าที่ซื้อตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป ระบบจะเปลี่ยนเป็นแบบ Tax Refund โดยนักท่องเที่ยวจะต้อง:

  1. ซื้อสินค้าในราคาที่รวมภาษีแล้ว ณ ร้านค้าปลอดภาษี
  2. ขอคืนเงินภาษี หลังจากผ่านพิธีการศุลกากรที่สนามบินหรือท่าเรือเมื่อเดินทางออกจากญี่ปุ่น

นักท่องเที่ยวต้องจ่ายเต็มก่อนหรือไม่

ใช่ครับ ภายใต้ระบบใหม่นี้ นักท่องเที่ยวจะต้องจ่ายเงินค่าสินค้าเต็มจำนวนที่รวมภาษีบริโภคแล้ว ณ จุดซื้อ จากนั้นจึงนำใบเสร็จและสินค้าไปทำเรื่องขอคืนภาษีที่จุดบริการ Tax Refund ที่สนามบินหรือท่าเรือก่อนเดินทางกลับ

ต้องขอคืนภาษีที่ไหนและต้องเตรียมอะไร

การขอคืนภาษีจะทำได้ที่ จุดบริการคืนภาษี (Tax-Free Procedure Terminal) ซึ่งเป็นตู้คีออสก์หรือเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ที่ติดตั้งอยู่ในบริเวณขาออกระหว่างประเทศของสนามบินหรือท่าเรือ โดยมีขั้นตอนดังนี้:

  1. เตรียมพาสปอร์ตและสินค้า: คุณต้องนำพาสปอร์ตและสินค้าปลอดภาษีทั้งหมดที่คุณซื้อมาแสดงที่ตู้คีออสก์
  2. ดำเนินการที่ตู้คีออสก์: สแกนพาสปอร์ตของคุณ ระบบจะแสดงผลว่าต้องมีการตรวจสอบสินค้าเพิ่มเติมหรือไม่
    • ผลสีเขียว (Green Result): ไม่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม ถือว่าเสร็จสิ้นขั้นตอนศุลกากร
    • ผลสีแดง (Red Result): ต้องนำสินค้าไปให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบ ณ จุดตรวจที่กำหนด
  3. รับเงินคืน: การคืนเงินจะดำเนินการโดยร้านค้าปลอดภาษีแต่ละแห่ง หรือผู้ให้บริการคืนภาษีที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งคุณสามารถสอบถามรายละเอียดได้จากร้านค้าโดยตรง

ข้อควรระวัง:

  • คุณต้องดำเนินการขอคืนภาษี ก่อนเช็คอินสัมภาระ เพราะคุณต้องแสดงสินค้าทั้งหมดที่ซื้อมา
  • เผื่อเวลาให้เพียงพอสำหรับการทำเรื่องคืนภาษีที่สนามบินหรือท่าเรือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่มีผู้คนหนาแน่น
  • หากคุณเดินทางโดยต่อเครื่องภายในประเทศก่อนออกนอกญี่ปุ่น คุณต้องทำเรื่องคืนภาษีที่สนามบินสุดท้ายที่คุณเดินทางออกจากญี่ปุ่น
  • หากสินค้าที่ซื้อมาเป็นของใช้แล้วหมดไป (Consumables) และคุณบริโภคไปแล้วบางส่วนหรือทั้งหมด คุณจะไม่สามารถขอคืนภาษีได้ และต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่เคาน์เตอร์

ขาช้อปควรระวังอะไรเป็นพิเศษ

  • วงเงินขั้นต่ำ: ยังคงต้องซื้อสินค้าตั้งแต่ 5,000 เยนขึ้นไป (ไม่รวมภาษี) ต่อร้านค้าต่อวันจึงจะมีสิทธิ์
  • สินค้าที่ต้องนำออกนอกประเทศ: สินค้าที่ซื้อปลอดภาษีจะต้องถูกนำออกนอกประเทศญี่ปุ่นภายใน 90 วันนับจากวันที่ซื้อ
  • สินค้าบริโภค: แม้จะยกเลิกการบรรจุหีบห่อพิเศษแล้ว แต่หากบริโภคสินค้าเหล่านี้ในญี่ปุ่น คุณจะไม่มีสิทธิ์ขอคืนภาษี
  • การวางแผน: ควรวางแผนการช้อปปิ้งและเผื่อเวลาสำหรับการทำเรื่องคืนภาษีที่สนามบินให้ดี

ตารางเปรียบเทียบ Tax-Free เดิม vs ระบบใหม่

หัวข้อระบบเดิม (ก่อน 1 พ.ย. 2026)ระบบใหม่ (ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2026)ผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวไทย
การชำระเงินซื้อสินค้าในราคาปลอดภาษีทันทีจ่ายเต็มราคา (รวมภาษี) ณ จุดซื้อต้องสำรองเงินสด/บัตรเครดิตสำหรับยอดรวมภาษี
การคืนภาษีไม่ต้องทำเรื่องคืนภาษีต้องทำเรื่องคืนภาษีที่สนามบิน/ท่าเรือต้องเผื่อเวลาและขั้นตอนเพิ่มขึ้นที่สนามบิน
การตรวจสอบสินค้าอาจมีการตรวจสอบสินค้าบ้างต้องแสดงสินค้าทั้งหมดที่ซื้อมา ณ จุดคืนภาษีต้องเก็บสินค้าไว้ในกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง ไม่สามารถโหลดใต้ท้องเครื่องได้ก่อนทำเรื่อง
สินค้าบริโภคต้องบรรจุในถุงพิเศษ ห้ามเปิดใช้ในญี่ปุ่นไม่ต้องบรรจุในถุงพิเศษ แต่ห้ามบริโภคในญี่ปุ่นสะดวกขึ้นในการพกพา แต่ยังคงห้ามบริโภคในญี่ปุ่น

ข้อสำคัญ: ข้อมูลข้างต้นเป็นข้อมูลที่ได้รับการยืนยันแล้ว ณ วันที่ 7 พฤษภาคม 2026 หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมหรือการเปลี่ยนแปลงใดๆ จะอัปเดตให้ทราบต่อไปครับ

ภาษีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น 2026 ต้องจ่ายอะไรบ้าง?

นอกเหนือจากภาษีบริโภคแล้ว นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปญี่ปุ่นยังต้องเผชิญกับภาษีอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ซึ่งรวมถึงภาษีนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศและภาษีที่พัก

International Tourist Tax (ภาษี Sayonara)

ภาษีนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ภาษี Sayonara เป็นภาษีที่เรียกเก็บจากผู้ที่เดินทางออกจากญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นชาวญี่ปุ่นหรือชาวต่างชาติ โดยมีอัตราปัจจุบันอยู่ที่ 1,000 เยนต่อคน

  • ใครเป็นผู้จ่าย: นักท่องเที่ยวทุกคนที่เดินทางออกจากญี่ปุ่นทางเครื่องบินหรือเรือ
  • วิธีการจัดเก็บ: โดยปกติแล้ว ภาษีนี้จะถูกรวมอยู่ในค่าตั๋วเครื่องบินหรือค่าโดยสารเรือโดยอัตโนมัติ ทำให้คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายแยกต่างหาก ณ สนามบินหรือท่าเรือ
  • มีการเปลี่ยนแปลงในปี 2026 หรือไม่: มีรายงานข่าวบางส่วนระบุว่าอาจมีการปรับขึ้นภาษีนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศเป็น 3,000 เยนต่อคน โดยอาจมีผลบังคับใช้ในเดือนกรกฎาคม 2026 อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานรัฐบาลญี่ปุ่น ดังนั้นขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และเผื่องบประมาณไว้หากมีการเปลี่ยนแปลง
  • คำแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวไทย: ตรวจสอบรายละเอียดค่าใช้จ่ายในตั๋วเครื่องบินของคุณว่ามีการรวมภาษีนี้ไว้แล้วหรือไม่ และเตรียมพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ที่ภาษีนี้อาจมีการปรับขึ้นในอนาคตอันใกล้

ภาษีที่พักญี่ปุ่น 2026 เมืองไหนต้องจ่ายเพิ่ม?

หลายเมืองท่องเที่ยวหลักในญี่ปุ่นได้เริ่มเก็บภาษีที่พัก (Accommodation Tax) หรือมีการปรับขึ้นอัตราภาษี เพื่อนำรายได้ไปพัฒนาการท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ การทำความเข้าใจภาษีเหล่านี้จะช่วยให้คุณวางแผนงบประมาณได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

เมือง / จังหวัดอัตราภาษีที่พัก (ต่อคนต่อคืน)วิธีคิดวันที่เริ่มใช้ / สถานะล่าสุดหมายเหตุสำหรับนักท่องเที่ยวไทย
โตเกียว (Tokyo)100 - 200 เยน

- ต่ำกว่า 10,000 เยน: ไม่เก็บ
- 10,000 - 14,999 เยน: 100 เยน
- 15,000 เยนขึ้นไป: 200 เยน

เริ่มใช้มานานแล้วตรวจสอบราคาที่พักก่อนจอง เพื่อประเมินภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่ม
โอซาก้า (Osaka)100 - 300 เยน- ต่ำกว่า 7,000 เยน: ไม่เก็บ
- 7,000 - 14,999 เยน: 100 เยน
- 15,000 - 19,999 เยน: 200 เยน
- 20,000 เยนขึ้นไป: 300 เยน
เริ่มใช้มานานแล้วอัตราภาษีสูงขึ้นตามราคาที่พัก ควรคำนวณให้ดี
เกียวโต (Kyoto)200 - 1,000 เยน- ต่ำกว่า 20,000 เยน: 200 เยน
- 20,000 - 49,999 เยน: 500 เยน
- 50,000 เยนขึ้นไป: 1,000 เยน
มีผลบังคับใช้ 1 มี.ค. 2026มีการปรับขึ้นอัตราภาษีอย่างมีนัยสำคัญ ควรเผื่องบประมาณมากเป็นพิเศษ
ฟุกุโอกะ (Fukuoka)200 - 500 เยน- ต่ำกว่า 20,000 เยน: 200 เยน (ภาษีเมือง 150 + ภาษีจังหวัด 50)
- 20,000 เยนขึ้นไป: 500 เยน (ภาษีเมือง 450 + ภาษีจังหวัด 50)
เริ่มใช้มานานแล้วภาษีรวมภาษีเมืองและภาษีจังหวัด
ฮอกไกโด (Hokkaido)100 - 600 เยนขึ้นอยู่กับราคาห้องพักเริ่มใช้ 1 เม.ย. 2026 (เฉพาะซัปโปโร) ตรวจสอบอัตราภาษีของเมืองในฮอกไกโดที่คุณจะไปอีกครั้ง

วิธีคิด: ภาษีที่พักส่วนใหญ่จะคิดเป็น ต่อคนต่อคืน และขึ้นอยู่กับราคาห้องพักต่อคืน โดยอาจจะรวมอยู่ในค่าที่พักแล้ว หรือต้องจ่ายแยกต่างหาก ณ ที่พัก ควรตรวจสอบกับโรงแรมหรือผู้ให้บริการจองที่พักของคุณ

ตัวอย่างการคำนวณภาษีที่พัก (โดยประมาณ):

  • ตัวอย่างที่ 1: พัก 2 คน พักที่เกียวโต 3 คืน
    • สมมติราคาห้องพัก 15,000 เยน/คืน (ต่อคน) -> ภาษี 200 เยน/คน/คืน
    • รวมภาษีที่พัก: 2 คน x 200 เยน/คน/คืน x 3 คืน = 1,200 เยน
  • ตัวอย่างที่ 2: ครอบครัว 4 คน พักที่โอซาก้า 4 คืน
    • สมมติราคาห้องพัก 10,000 เยน/คืน (ต่อคน) -> ภาษี 100 เยน/คน/คืน
    • รวมภาษีที่พัก: 4 คน x 100 เยน/คน/คืน x 4 คืน = 1,600 เยน

ข้อควรทราบ: จำนวนเงินภาษีที่แน่นอนขึ้นอยู่กับเมือง อัตราค่าที่พัก และเงื่อนไขการจอง ควรสอบถามข้อมูลโดยตรงจากที่พักหรือเว็บไซต์ทางการของเมืองนั้นๆ

กฎใหม่และมาตรการ Overtourism ที่ควรรู้

เพื่อจัดการกับปัญหา Overtourism ในบางพื้นที่ ญี่ปุ่นได้เริ่มใช้มาตรการและกฎระเบียบใหม่ๆ ที่นักท่องเที่ยวควรทราบและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมที่ดี

  • เกียวโต (Kyoto) / ย่านกิออน (Gion):
    • สิ่งที่เปลี่ยน: ห้ามนักท่องเที่ยวเข้าสู่ตรอกซอกซอยส่วนบุคคล (Roji) ในย่านกิออนอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะบริเวณที่เกอิโกะและไมโกะอาศัยและทำงาน
    • มีผลเมื่อไร: มีผลบังคับใช้แล้ว/ในปี 2026
    • ใครได้รับผลกระทบ: นักท่องเที่ยวที่ไม่เคารพความเป็นส่วนตัวและพยายามเข้าไปในพื้นที่หวงห้าม
    • นักท่องเที่ยวไทยควรทำอย่างไร: เคารพป้ายประกาศและคำเตือนต่างๆ ไม่พยายามเข้าไปในตรอกซอกซอยส่วนบุคคล หากฝ่าฝืนอาจถูกปรับ 10,000 เยน
  • ภูเขาไฟฟูจิ (Mount Fuji) / จังหวัดยามานาชิ (Yamanashi):
    • สิ่งที่เปลี่ยน: มีการเก็บค่าธรรมเนียมการขึ้นภูเขาไฟฟูจิ และจำกัดจำนวนนักปีนเขาต่อวัน รวมถึงต้องจองล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์
    • มีผลเมื่อไร: เริ่มใช้แล้วในปี 2026
    • ใครได้รับผลกระทบ: นักปีนเขาที่ต้องการพิชิตยอดภูเขาไฟฟูจิ
    • นักท่องเที่ยวไทยควรทำอย่างไร: วางแผนการปีนเขาให้ดี จองล่วงหน้า และเตรียมค่าธรรมเนียม 2,000 เยน (นอกเหนือจากค่าบริจาค 1,000 เยน)
  • มาตรการอื่นๆ ในพื้นที่ยอดนิยม: บางพื้นที่อาจมีการจำกัดการถ่ายภาพ การเก็บค่าเข้าชม หรือกฎระเบียบเกี่ยวกับมารยาทในท้องถิ่น ควรศึกษาข้อมูลของแต่ละสถานที่ก่อนเดินทาง

คำแนะนำ: นักท่องเที่ยวทุกคนเดินทางด้วยความเคารพต่อวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การท่องเที่ยวญี่ปุ่นยังคงเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจสำหรับทุกคน

การเดินทางในญี่ปุ่นปี 2026: JR Pass, Suica, Pasmo และบัตรเดินทาง

การเดินทางในญี่ปุ่นยังคงสะดวกสบายด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุม แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่ควรทราบ

  • JR Pass:
    • สิ่งที่เปลี่ยน: JR Pass ได้มีการปรับราคาขึ้นอย่างมีนัยสำคัญไปแล้วเมื่อปลายปี 2023 ทำให้ความคุ้มค่าอาจลดลงสำหรับบางเส้นทางหรือบางรูปแบบการเดินทาง
    • คำแนะนำ: ก่อนตัดสินใจซื้อ JR Pass ควรคำนวณเส้นทางและค่าใช้จ่ายในการเดินทางของคุณอย่างละเอียดว่าคุ้มค่ากับการซื้อ JR Pass หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเน้นเที่ยวในภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง อาจพิจารณา Pass รถไฟภูมิภาค (Regional Rail Passes) ที่อาจคุ้มค่ากว่า
  • บัตร IC Card (Suica / Pasmo / Digital IC Cards):
    • สิ่งที่เปลี่ยน: บัตรจริง (Physical Card) เช่น Suica และ Pasmo อาจหาซื้อได้ยากขึ้นในบางช่วงเวลา แต่บัตรเวอร์ชันดิจิทัล (เช่น Mobile Suica, Apple Pay Suica/Pasmo) ได้รับความนิยมและแนะนำให้ใช้มากกว่า
    • คำแนะนำ: หากเป็นไปได้ ควรใช้บัตร IC Card แบบดิจิทัลบนสมาร์ทโฟนของคุณเพื่อความสะดวก หรือตรวจสอบสถานะการจำหน่ายบัตรจริงก่อนเดินทาง
  • การจองที่นั่งรถไฟ: ในช่วงฤดูท่องเที่ยวหรือวันหยุดยาว รถไฟชินคันเซ็นบางขบวนและรถไฟด่วนพิเศษอาจมีผู้โดยสารหนาแน่น ควรพิจารณาจองที่นั่งล่วงหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเดินทางเป็นกลุ่ม
  • สัมภาระขนาดใหญ่บน Tokaido Shinkansen: หากคุณมีสัมภาระขนาดใหญ่ (ด้านกว้าง+ยาว+สูง เกิน 160 ซม. แต่ไม่เกิน 250 ซม.) ที่จะเดินทางด้วยรถไฟ Tokaido Shinkansen (เส้นทางโตเกียว-เกียวโต-โอซาก้า) คุณจำเป็นต้องจองที่นั่งสำหรับสัมภาระขนาดใหญ่ล่วงหน้า

ช้อปปิ้งญี่ปุ่น 2026 ต้องเตรียมตัวยังไง?

การช้อปปิ้งยังคงเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของการเที่ยวญี่ปุ่น แต่ด้วยระบบ Tax-Free ที่เปลี่ยนไป คุณควรเตรียมตัวให้พร้อม

  • พาสปอร์ต: ต้องใช้พาสปอร์ตในการทำเรื่อง Tax Refund เสมอ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าพาสปอร์ตของคุณมีอายุเหลือเพียงพอ
  • ใบเสร็จ: เก็บใบเสร็จรับเงินทุกใบที่เกี่ยวข้องกับการซื้อสินค้าปลอดภาษีไว้ให้ดี เพราะต้องใช้ในการทำเรื่องคืนภาษี
  • สินค้าบริโภค (Consumables): ได้แก่ อาหาร ขนม เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง ยา ฯลฯ แม้จะไม่มีการบรรจุในถุงพิเศษแล้ว แต่ยังคงมีกฎว่าห้ามบริโภคในญี่ปุ่น หากบริโภคไปแล้วจะไม่สามารถขอคืนภาษีได้
  • สินค้าทั่วไป (General Goods): ได้แก่ เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า ของเล่น ฯลฯ สามารถเปิดใช้ในญี่ปุ่นได้ แต่ต้องนำออกนอกประเทศเมื่อเดินทางกลับ
  • วงเงินขั้นต่ำ: ยังคงต้องซื้อสินค้าตั้งแต่ 5,000 เยนขึ้นไป (ไม่รวมภาษี) ต่อร้านค้าต่อวันจึงจะมีสิทธิ์ขอคืนภาษี
  • เคล็ดลับสำหรับขาช้อป:
    • เผื่อเวลา: เผื่อเวลาสำหรับการทำเรื่องคืนภาษีที่สนามบินให้เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณมีสินค้าจำนวนมาก
    • จัดระเบียบใบเสร็จ: แยกใบเสร็จและสินค้าให้เป็นหมวดหมู่ เพื่อความรวดเร็วในการตรวจสอบ
    • พกสินค้าติดตัว: สินค้าที่ต้องการทำ Tax Refund ควรอยู่ในกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง เพื่อให้สามารถแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรได้ง่าย

เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ต้องเตรียมงบเพิ่มเท่าไร?

ด้วยการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้น นักท่องเที่ยวไทยอาจต้องเตรียมงบประมาณเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่ติดขัด

  • ภาษีที่พัก: ขึ้นอยู่กับเมืองและราคาที่พักที่คุณเลือก โดยเฉลี่ยอาจเพิ่มขึ้น 100-1,000 เยนต่อคนต่อคืน
  • ภาษีนักท่องเที่ยว: หากมีการปรับขึ้นเป็น 3,000 เยน คุณจะต้องเผื่องบประมาณเพิ่มอีก 2,000 เยนต่อคน
  • ค่าธรรมเนียม Overtourism: เช่น ค่าเข้าชมภูเขาไฟฟูจิ 2,000 เยน หรือค่าปรับหากฝ่าฝืนกฎในบางพื้นที่
  • การวางแผน Tax Refund: แม้จะเป็นการคืนภาษี แต่คุณต้องสำรองเงินสดหรือวงเงินบัตรเครดิตสำหรับยอดรวมภาษีไปก่อน ซึ่งอาจทำให้รู้สึกว่าต้องใช้งบประมาณ ณ จุดซื้อเพิ่มขึ้น
  • JR Pass: หาก JR Pass ไม่คุ้มค่าสำหรับแผนการเดินทางของคุณ คุณอาจต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นสำหรับค่าตั๋วรถไฟแบบรายเที่ยว

ตารางงบประมาณเพิ่มเติมโดยประมาณ (ต่อคนต่อทริป 7 วัน):

รายการสายประหยัดสายเที่ยวสบายสายช้อป / ครอบครัว
ภาษีที่พัก700 - 1,400 เยน1,400 - 3,500 เยน2,000 - 7,000 เยน
ภาษีนักท่องเที่ยว2,000 เยน (หากปรับขึ้น)2,000 เยน (หากปรับขึ้น)2,000 เยน (หากปรับขึ้น)
ค่าธรรมเนียม Overtourism0 - 2,000 เยน0 - 2,000 เยน0 - 2,000 เยน
รวมโดยประมาณ2,700 - 5,400 เยน3,400 - 7,500 เยน 4,000 - 11,000 เยน

หมายเหตุ: ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงการประมาณการเท่านั้น ค่าใช้จ่ายจริงจะขึ้นอยู่กับแผนการเดินทาง สไตล์การท่องเที่ยว และอัตราแลกเปลี่ยนเงินเยนกับเงินบาท ณ ขณะนั้น

Checklist ก่อนเที่ยวญี่ปุ่น 2026

เพื่อให้การเดินทางของคุณราบรื่นและไร้กังวล เราได้จัดทำ Checklist สิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนเที่ยวญี่ปุ่น 2026 มาให้คุณแล้ว

  • พาสปอร์ต: ตรวจสอบวันหมดอายุให้มีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน
  • วีซ่าและข้อกำหนดการเข้าประเทศ: สำหรับนักท่องเที่ยวไทย ปัจจุบันยังคงได้รับการยกเว้นวีซ่า แต่ควรตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดก่อนเดินทางเสมอ
  • ภาษีที่พัก: ศึกษาอัตราภาษีที่พักของเมืองที่คุณจะไป และเผื่องบประมาณไว้
  • เอกสาร Tax-Free / Tax Refund: ทำความเข้าใจขั้นตอนและเตรียมเอกสารที่จำเป็นสำหรับการขอคืนภาษี
  • บัตรเดินทาง (JR Pass / IC Card): วางแผนการเดินทางและพิจารณาความคุ้มค่าของ JR Pass หรือเตรียมบัตร IC Card ให้พร้อม
  • กฎระเบียบท้องถิ่น: ศึกษามาตรการ Overtourism และกฎระเบียบเฉพาะของแต่ละพื้นที่ที่คุณจะไปเยือน
  • เงินสดและบัตรเครดิต: เตรียมเงินสดให้เพียงพอ และตรวจสอบวงเงินบัตรเครดิตสำหรับการชำระค่าสินค้าที่รวมภาษีแล้ว
  • ประกันภัยการเดินทาง: ซื้อประกันภัยการเดินทางเพื่อความอุ่นใจตลอดทริป
  • เวลาที่สนามบิน: เผื่อเวลาให้เพียงพอสำหรับการทำเรื่อง Tax Refund และขั้นตอนการเช็คอินที่สนามบิน
  • เว็บไซต์ทางการที่สำคัญ: Bookmark เว็บไซต์ของ JNTO, Japan Tourism Agency, และเว็บไซต์ทางการของเมืองต่างๆ เพื่อตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนและระหว่างการเดินทาง

สรุป: เที่ยวญี่ปุ่น 2026 วางแผนดี เที่ยวสบายกว่า

การเดินทางไปญี่ปุ่นในปี 2026 นี้ แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ทั้งระบบ Tax-Free ที่กลายเป็น Tax Refund, ภาษีที่พักที่ปรับขึ้นในหลายเมือง, และมาตรการ Overtourism ในบางพื้นที่ แต่หากคุณเตรียมตัวและวางแผนมาเป็นอย่างดี การเดินทางของคุณก็จะยังคงเต็มไปด้วยความสุขและความประทับใจ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้